Categories
Uncategorized

เกาะร้างวิญญาณหลอน

เรื่องเล่าสยองขวัญ เกาะร้างวิญญาณหลอน

เรื่องเล่าสยองขวัญ เกาะร้างวิญญาณหลอน

เหตุการณ์สังหารหมู่นักรบหลายร้อยคน ในสงครามระหว่างชนเผ่าบนเกาะร้างกลางอ่าว ทำให้สถานที่แห่งนี้ กลายเป็นเกาะอาถรรพณ์ ไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าใกล้

บรรยากาศของเกาะร้างน่ากลัวมากยิ่งขึ้น เมื่อมีการนำศพผู้เสียชีวิต บรรจุในโลงแขวนไว้บนต้นไม้ตามประเพณีชนพื้นเมือง จนเป็นที่เลื่องลือว่า มีวิญญาณจำนวนมาก วนเวียนอยู่บนเกาะร้าง

ปี 1862 จอห์น มอร์ตัน นั่งเรือข้ามอ่าวจากแผ่นดินใหญ่ ไปสำรวจที่ทำกินบนเกาะร้างกลางอ่าวโคล ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา

เขาพบลังไม้จำนวนมาก แขวนอยู่ตามต้นไม้ทั่วทั้งเกาะ เหมือนเครื่องประดับที่ใช้ตบแต่งต้นไม้ในเทศกาลสำคัญ

ลังไม้บางลังร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน เพราะทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ทำให้ลังแตก ออกเปิดเผยให้เห็นว่ าภายในลังไม้เป็นโครงกระดูกมนุษย์ ซึ่งเชื่อได้ว่า ลังไม้ที่เหลืออีกหลายร้อยใบบนต้นไม้ ก็น่าจะมีโครงกระดูกมนุษย์บรรจุอยู่เช่นเดียวกัน

จอห์น ได้แจ้งเรื่องกับทางการให้ส่งเจ้าหน้าที่ มานำโครงกระดูกบนเกาะร้างทั้งหมดไปฝังในสุสาน ไม่ให้เป็นที่อุจาดตา และเพื่อไม่ให้บรรยากาศบนเกาะร้างสยดสยองมากกว่าที่เป็นอยู่

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เกาะร้างแห่งนี้ ก็ถูกเรียกอย่างเป็นทางการว่า “เกาะคนตาย”

ที่มาของเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจาก ราวปี 1830 เกิดความขัดแย้งกันระหว่างชนพื้นเมืองชาวเซลิช ที่อาศัยอยู่ตามลุ่มแม่น้ำ ในประเทศแคนาดา ชนเผ่าต่าง ๆ รวมตัวกัน แบ่งออกเป็นเซลิชฝ่ายเหนือและเซลิชฝ่ายใต้

ทั้งสองฝ่ายจับอาวุธต่อสู้ประหัตประหารกัน เซลิชฝ่ายใต้สังหารผู้ชายของเซลิชฝ่ายเหนือทุกคน และกวาดต้อนผู้หญิง เด็กและคนคนชรามาเป็นเชลยราว 200 คน กักขังไว้ที่เกาะร้างกลางอ่าวโคล

โดยยื่นข้อเสนอให้เซลิชฝ่ายเหนือนำนักรบจำนวนเท่า ๆ กันมาแลกเปลี่ยนกับเชลยที่ถูกจับกุมตัวเอาไว้

เซลิชฝ่ายเหนือยอมทำตามข้อเสนอ ส่งนักรบฝีมือดี 200 คน มายังเกาะร้างเพื่อแลกเปลี่ยนกับเชลย

และทันทีที่เซลิชฝ่ายใต้ได้ตัวนักรบฝ่ายเหนือ ธนู และมีดดาบก็ปลิวว่อน สังหารชีวิตนักรบเซลิชฝ่ายเหนืออย่างเหี้ยมโหด

ตำนานกล่าวว่า วันรุ่งขึ้นมีดอกไม้สีเพลิงผุดขึ้นเคียงข้างศพของนักรบเซลิชฝ่ายเหนือจนแดงฉานไปทั่วทั้งเกาะ ทำให้นักรับเซลิชฝ่ายใต้เสียขวัญ ต่างหนีเอาตัวรอดรีบออกจากเกาะร้าง เพราะเชื่อว่าผืนดินแห่งนี้ ต้องคำสาป

คนพื้นเมืองต่างหวาดกลัว ดินแดนต้องคำสาปแห่งนี้ จึงมีความเชื่อว่า เกาะร้างแห่งนี้มีประโยชน์เป็นเพียงสถานที่ฝังศพเท่านั้น

ดังนั้น ในเวลาต่อมา เมื่อมีคนตายพวกเขาก็จะนำร่างใส่ลงในลังไม้สนซีดาร์ แล้วนำไปแขวนตามต้นไม้บนเกาะร้างตามพิธีกรรมดั้งเดิมของชนพื้นเมือง

จนกระทั่งมีคนผิวขาวไปพบครั้งแรกในปี 1862ทางการเก็บโลงศพที่แขวนต่องแต่งอยู่บนต้นไม้ นำร่างกลับมาฝังตามพิธีกรรมเพียงแค่ช่วยให้ไม่อุจาดตากับผู้พบเห็นเท่านั้น

แต่พื้นที่บนเกาะคนตายยังคงถูกใช้เป็นสุสานฝังร่างคนจำนวนมากที่ไม่มีญาติพี่น้องหรือครอบครัว ไม่สามารถประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้

กรรมกรผู้เสียชีวิตจากงานก่อสร้างทางรถไฟ และกะลาสีเรือที่เสียชีวิตจำนวนมาก ถูกนำมาฝังบนเกาะร้าง รวมถึงผู้เคราะห์ร้าย 21 ศพ จากเหตุการณ์มหาอัคคีภัยแวนคูเวอร์ในปี 1886

อาชญากร โสเภณี ผู้ป่วยโรคเรื้อนและคนต่างด้าวแม้ว่าในปี 1887 จะมีการก่อสร้างสุสานเมาเทนวิว บนแผ่นดินใหญ่ไม่ห่างจากเกาะร้างมากนัก แต่ก็ยังคงมีคนนำศพผู้เสียชีวิตมาฝังบนเกาะร้างอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งศพเหล่านี้ถูกฝังตื้น ๆ ใต้ดินลึกเพียงไม่กี่ฟุต แต่ความรกชัฏทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็นว่ามีร่างคนตายฝังอยู่ใต้พื้นดิน

ระหว่างปี 1888-1892 เกิดการระบาดของไข้ทรพิษบนแผนดินใหญ่ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อจะถูกส่งตัวมายังเกาะคนตายเพื่อควบคุมไม่ให้มีการแพร่กระจายเชื้อโรคไปสู่คนอื่น ซึ่งไม่แตกต่างไปจากการส่งตัวไปนอนรอความตายตามลำพัง

และหลังจากผู้ป่วยเสียชีวิต ศพของพวกเขาก็จะถูกฝังที่เกาะร้างแห่งนี้ ไม่มีการนำศพกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาเพราะเกรงว่าจะเป็นการนำเชื้อโรคกลับมาแพร่ระบาด

ปี 1899 ทีโอดอร์ ลุดเกต นักธุรกิจชาวอเมริกันได้รับสัมปทานตัดไม้บนเกาะคนตาย วันที่ 24 เมษายน 1899 ทีโอดอร์ส่งคนงาน 50 คนมาสร้างโรงเลื่อยไม้

แต่เจมส์ การ์เดน ผู้ว่าการแวนคูเวอร์ ไม่เห็นด้วยที่จะให้เอกชนมาทำธุรกิจตัดไม้บนเกาะคนตายเพราะจะทำให้เสียภูมิทัศน์ เขาจึงส่งสารเตือนทีโอดอร์ หากมีการตัดต้นไม้ เขาจะจับกุมตัวทันที

ทีโอดอร์ไม่สนใจคำเตือน เพราะถือว่าเขาได้รับสัมปทานตัดไม้ถูกต้องตามกฎหมาย

เจมส์จึงส่งเจ้าที่ตำรวจ 30 นายไปขัดขวาง ทำการจับกุมคนงาน แต่ก็มีคนงานบางส่วนหนีรอดไปได้ ซึ่งรวมถึงตัวทีโอดอร์

ทีโอดอร์ไม่สามารถใช้กำลังต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สิ่งเดียวที่ทำได้คือฟ้องร้องให้เป็นคดีความ อาศัยอำนาจศาลบังคับให้ผู้ว่าเจมส์ถอนกำลังตำรวจออกจากเกาะคนตาย เพื่อที่เขาจะได้ดำเนินกิจการตัดไม้ตามที่ได้รับสัมปทาน

ระหว่างที่เป็นคดีความอยู่นี้ เจมส์เกรงว่าทีโอดอร์และคนงานจะย้อนกลับมาอีก จึงสั่งในตำรวจตั้งแคมป์บนเกาะร้างคอยเฝ้าระวังไม่ให้มีใครแอบมาตัดไม้

ซึ่งตอนนี้เองที่มีคนได้พบเห็นเหตุการณ์ประหลาด ๆ บนเกาะคนตาย เห็นเงาคนเดินอยู่ในป่าบ้าง ได้ยินเสียงลากโซ่ตรวนไปกับพื้นบ้าง บางครั้งก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนยามคำคืน

ในที่สุดในปี 1911 ก็มีคำตัดสินคดีออกมา ทีโอดอร์ได้รับสัมปทานตัดไม้อย่างถูกต้อง เขามีสิทธิตัดต้นไม้ทุกต้นบนเกาะร้างอย่างไม่มีเงื่อนไขและเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องถอนกำลังออกจากเกาะโดยทันที

แต่คำตัดสินออกมาสายเกินไป เพราะเมื่อถึงเวลานี้ ทีโอดอร์ประสบปัญหาทางการเงินจนไม่สามารถดำเนินธุรกิจตัดไม้ได้ อีกทั้ง ๆ ที่เขายังมีสิทธิตามสัมปทานที่ได้รับไป

จนถึงปี 1930 เกาะร้างจึงยังคงร้างเหมือนเดิม

สำนักงานเทศบาลเมืองแวนคูเวอร์มีแผนการที่จะพัฒนาที่ดินบนเกาะคนตาย เพื่อให้เกิดประโยชน์และสร้างรายได้เข้ารัฐ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสวนสนุก ศูนย์รวมแหล่งบันเทิงและรีสอร์ต ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งเสนอให้สร้างอนุสรณ์สถานหรือพิพิธภัณฑ์

แต่จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม โครงการที่เสนอมาไม่มีความคืบหน้าใด ๆ จนกระทั่งในปี 1942 รัฐบาลตกลงใจโอนกรรมสิทธิที่ดินบนเกาะร้างให้กองทัพเรือนำไปใช้ประโยชน์ กองทัพเรือจึงสร้างค่ายทหารขึ้นในปี 1944 ชื่อว่าค่ายดิสคัฟเวอรี่

นับตั้งแต่เริ่มก่อสร้างค่ายทหารก็มีคนพบกับเหตุการณ์ประหลาดๆ เช่น เห็นผงเรืองแสงโรยมาจากกิ่งไม้แล้วก่อตัวเป็นรูปร่างคล้ายมนุษย์ สิ่งของสูญหายไปจากที่เก็บ แต่ภายหลังพบสิ่งของเหล่านั้นวางอยู่ห่างออกไปจากที่ที่มันควรจะอยู่

ตามปกติจะมีเจ้าหน้าที่อยู่ในค่ายทหารเฉพาะในเวลาราชการ หลังจากเลิกงานพวกเขาก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เหลืออยู่แต่เพียงทหารเฝ้าเวรยามที่ประตูหน้าเท่านั้น

เจ้าหน้าที่คนนั้นก็จะอยู่ทำงานต่อในช่วงค่ำ ซึ่งก็ไม่ค่อยมีบ่อยนักผู้ที่อยู่ทำงานหลังจากเพื่อนๆกลับบ้านไปหมดแล้วมักจะพบกับเหตุการณ์ประหลาด ๆ เสมอ

โดยเฉพาะกรณีของแอนมารี ฮามิลตัน วันหนึ่งเธอจำเป็นต้องอยู่ทำงานต่อจนมืดค่ำ ระหว่างที่กำลังสะสางงานอยู่นั้นเธอได้ยินเสียงชาย 2 คนเดินคุยกันผ่านหน้าห้องที่อยู่ชั้น 2 เสียงฝีเท้าบ่งบอกว่าพวกเขากำลังเดินขึ้นบันไดไปที่ชั้น 3

หลังจากนั้นก็มีเสียงลากโต๊ะเก้าอี้ เหมือนกับว่าพวกเขากำลังเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์ จากนั้นก็มีเสียงเปิดและปิดประตู

เหตุการณ์นี้กินเวลาทั้งสิ้นราว 30 นาที แอนมารีคิดว่าคงมีเจ้าหน้าที่แผนกอื่นทำงานล่วงเวลาเหมือนเธอ

แต่เมื่อแอนมารีไปถามเจ้าหน้าที่เวรยามประตูหน้ากลับได้คำตอบว่าคืนนี้มีเธอเพียงคนเดียวเท่านั้นที่อยู่ในอาคาร

เหตุการณ์คล้าย ๆ กันนี้ยังคงเกิดขึ้นบนเกาะคนตายอีกหลายครั้งหลายหน

จนถึงปัจจุบันโดยไม่มีใครบอกได้ว่าเหตุการณ์ประหลาด ๆ ที่พวกเขาพบเห็นหรือได้ยินเกิดขึ้นได้อย่างไร

เกาะคนตายจึงไม่ได้น่ากลัวเพียงแค่ชื่อของมันเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าจะมีวิญญาณคนตายอาศัยอยู่บนเกาะจริง ๆ..

อ่านเรื่อง คดีฆาตกรรมเตือนใจ พวงนาค ได้ที่นี่

สนับสนุน โดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexy gaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot  , Slot game , Joker slot , Joker slot

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *