คดีฆาตกรรมเตือนใจ พวงนาค

คดีฆาตกรรมเตือนใจ พวงนาค

หากย้อนกลับไปเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักคดีสะเทือนขวัญอย่าง คดีฆาตกรรมเตือนใจ พวงนาค

ที่ถูกจิ๊กโก๋กลุ่มหนึ่งฉุดไปข่มขืนแล้วฆ่าทิ้งเพื่อชิงทรัพย์อย่างทารุณ

โดยฆาตกรรายนี้ได้ทิ้งร่องรอย เป็นรอยกัดไว้ที่บนร่างของเธอ ก่อให้เกิดความหวาดกลัวกับหญิงสาวในยุคนั้นเป็นอย่างมาก

เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงเริ่มสืบหาคนร้ายจากร่องรอยศพของเตือนใจ จนสามารถจับฆาตกรได้ในที่สุด โดยเหตุการณ์ในคดีประวัติศาสตร์นี้จะเป็นอย่างไร เราไปดูกันเลยค่ะ

“เตือนใจ พวงนาค” เป็นเด็กสาวมหาวิทยาลัยครูสวนสุนันทา และพ่อแม่ของเตือนใจ ได้เปิดร้านขายของอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 101 ซึ่งเป็นซอยที่ลึกและเปลี่ยวมากในขณะนั้น

ในวันหนึ่ง ขณะนั่งรถเมล์กลับบ้าน เตือนใจได้เผอิญไปเหยียบเท้าของนักเรียนนายร้อยคนหนึ่ง จึงทำให้ทั้งสองคนได้รู้จักกันแล้วสนิทสนมกันมาก โดยนายร้อยคนนั้น ท่าทางบุคลิกดีและหน้าตาดี มีชื่อว่า นตท.วีระเดช สุบรรณรักษณ์

เตือนใจมีเพื่อนที่สนิทอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 คน โดยแต่ละคนมีชื่อว่า ตุ๋ย เปิ้ล หนิง และแป๋ว ทั้ง 4 คน สนิทสนมกันมาก มักจะไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด เพราะเนื่องจากบ้านของทั้งหมดอยู่ภายในซอยเดียวกัน

โดยหลังจากที่เตือนใจรู้จักกับ นตท.วีระเดช ทั้งคู่ก็ได้ติดต่อกันอยู่ตลอดเรื่อยมา

ซึ่งต่อมาเตือนใจก็ได้แนะนำ นตท.วีระเดช ให้เพื่อนสนิททั้ง 4 คน ได้รู้จัก และเมื่อ นตท.วีระเดช ได้เจอเพื่อน ๆ ทั้ง 4 คนของเตือนใจจึงได้นำไปเล่าให้เพื่อนๆที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจด้วยกันฟังว่า เพื่อนๆของเตือนใจทั้ง 4 คนสวยมาก

เพื่อน ๆ ของ นตท.วีระเดช ทั้ง 4 คน จึงเกิดสนใจ แล้วทั้งหมดก็ตกลงนัดเจอกันและนัดไปเที่ยวพัทยาด้วยกัน ทั้งหมดจึงได้สนิทสนมกันมากยิ่งขึ้น

ขากลับจากพัทยา กลุ่มนักเรียนนายร้อยก็ได้ไปส่งเตือนใจและเพื่อน ๆ ทั้ง 4 คน จนถึงบ้านทุกคน

แต่ระหว่างทางที่ไปส่งนั้น กลุ่มนักเรียนนายร้อยได้เกิดไปมีเรื่องเข้ากับกลุ่มจิ๋กโก๋ภายในซอย จนทำให้เกือบมีเรื่องชกต่อยกัน แต่ก็ไม่มีเรื่องกันจนบานปลาย เพราะกลุ่มสาว ๆ ได้ห้ามทัพของทั้งสองฝ่ายเอาไว้ เพราะไม่อยากให้ทั้งสองฝ่ายมีเรื่องกัน

วันหนึ่งทางโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ได้จัดงานการแข่งขันกีฬาประจำปีขึ้น เตือนใจ และเพื่อน ๆ ทั้ง 4 คน ก็ได้เดินทางไปงานด้วย

แต่วันนั้นบังเอิญ แม่ของ นตท.วีระเดช เกิดป่วยกระทันหัน นตท.วีระเดช จึงหยุดและไม่ได้ไปงานกีฬาโรงเรียนนายร้อย ทำให้เพื่อน ๆ ของเตือนใจทั้ง 4 คน อยู่กันครบคู่ กับแฟนหนุ่มนายร้อย มีแค่เตือนใจเท่านั้นที่ต้องอยู่คนเดียว

เตือนใจจึงไม่รบกวนเพื่อน ๆ และขอตัวกลับบ้านก่อนเพราะไม่ได้บอกที่บ้านไว้ว่าจะมา

และเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเตือนใจกำลังจะกลับบ้าน ในขณะนั้นเป็นเวลาค่ำผู้คนเริ่มน้อยจนแทบจะไม่มีคนเดินผ่าน รถลาในสมัยนั้นก็ไม่มีเข้าซอยบวกกับซอยที่เปลี่ยวสนิท

เตือนใจได้เดินเข้าซอยบ้านเพียงลำพัง และ เตือนใจได้ถูกกลุ่มวัยรุ่นหลายคนรุมข่มขืนด้วยความทารุณ โดยสภาพศพมีร่องรอยการต่อสู้อย่างสุดชีวิต แต่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนึงก็ยากที่จะต้านทานเดนสังคมทั้ง 4 ได้

ท้ายที่สุด เตือนใจจึงถูกข่มขืน สังหารและชิงทรัพย์

โดยพบศพอยู่ที่ข้างทางในคืนนั้นเอง เนื่องจากพ่อแม่ของเตือนใจเห็นลูกสาวกลับบ้านผิดเวลา ทั้งคู่จึงเดินออกตามหา กระทั่งมาพบศพของเตือนใจ

โดยภาพที่พ่อแม่ของเตือนใจได้เห็น สภาพศพของเตือนใจที่เหลือแต่ร่างที่ไร้วิญญาณ ได้สร้างบาดแผลในใจครั้งใหญ่ ให้กับผู้เป็นพ่อแม่เป็นอย่างมาก เนื่องจากสภาพศพที่ดูช่างทารุณเสียเหลือเกิน

และจากการตรวจสอบสภาพศพ ในขณะนั้น หมวดทวนธน คำมีศรี สายสืบพิเศษ เป็นคนดูแลในคดีนี้ เห็นสภาพศพเข้าถึงกับเบนหน้าหนี

ซึ่งที่คอของเตือนใจ มีร่องรอยของการโดนกัด โดยคนที่กัดนั้น ฟันหน้าหักหนึ่งซี่ จากรอยแหว่งของรอยฟัน บนผิวหนังของเหยื่อ และที่ซอกเล็บของเตือนใจ มีหนังของคนร้ายติดอยู่เป็นจำนวนมาก

หมวดทวนธน จึงตั้งเป้าไปที่ คนร้ายจะต้องมีฟันหน้าหัก 1 ซี่ และรอยขีดข่วนบนร่างกาย จึงเร่งให้ลูกน้องหาตัวคนร้ายทันที

จนกระทั่งไปพบตัวผู้ต้องสงสัยคนหนึ่ง ชื่อเทพ เทียนชัย นักร้องในห้องอาหารแห่งหนึ่ง เพราะมีรอยข่วน และฟันหน้าหัก

แต่เมื่อมาถึงโรงพัก หมวดทวนธน ก็สั่งให้ลูกน้องปล่อยตัวนายเทพทันที เพราะรอยฟันนั้นไม่ตรงตามร่องรอยบนตัวศพ นั่นก็เพราะว่า นายเทพ ฟันหักทั้งแถบ

หมวดทวนธน จึงลงพื้นที่ด้วยตัวเอง กับลูกน้องอีก 2 คน และต้องการจับผู้ร้ายมาดำเนินคดีให้ได้อย่างจริงจัง และเร็วที่สุด เพราะนี่คือคดีที่ทุกคนจับตาดูเป็นอย่างมาก

ตำรวจทั้ง 3 คนได้ลงพื้นที่ในเขตซอยสุขุมวิท 101 และได้จับวัยรุ่นกลางซอยมาเค้นอย่างหนัก

จนวัยรุ่นยอมบอกว่า มีจิ๊กโก๋กลางซอยคนหนึ่ง ฟันหน้าหักหนึ่งซี่ โดยรู้จักกันในหมู่วัยรุ่นว่า ไอ้หลอ ชอบเที่ยวเตร่ตามลานโบว์ลิ่ง และโต๊ะบิลเลียดเป็นประจำ

เมื่อตำรวจทั้งสามคนรู้ตัวผู้ต้องสงสัย ก็ออกตามหาในทันที โดยไปตามลานโบว์ลิ่งและโต๊ะบิลเลียด ตามที่วัยรุ่นบอกกล่าวแต่ก็ไม่พบตัว

ผ่านไปได้สองสามวัน ตำรวจทั้ง 3 ก็ย้อนกลับไปที่โต๊ะบิลเลียดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เจอตัวไอ้หลอและพวก แต่ปรากฎว่า ไอ้หลอและพวกไหวตัวทัน จึงรีบหนีออกไป ในขณะที่หนีออกไปก็ได้จี้รถแท๊กซี่คันหนึ่งไปด้วย

และสุดท้าย ไอ้หลอและพวกก็ไปไม่รอด โดยไอ้หลอและพวกถูกจับได้คารถแท๊กซี่ที่จี้มา หลังจากที่จับกุมมาได้ ไอ้หลอก็ให้การปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา

จนกระทั่งหมวดทวนธน ทนไม่ไหว จับไอ้หลอพามาที่ห้องเก็บศพ และเปิดศพออกมาให้ไอ้หลอดู และเมื่อไอ้หลอได้เห็นสภาพศพ ไอ้หลอทนไม่ไหวกับการกดดันสภาพจิตใจจึง จึงได้ทำการรับสารภาพออกมา

แต่เมื่อกลับมาถึงโรงพัก ไอ้หลอก็ให้การปฎิเสธอีกครั้ง ทั้งที่คราวนี้มีหลักฐานมัดตัวเต็มที่ ทั้งตั๋วจำนำที่เป็นรอยนิ้วมือไอ้หลอ

และสิ่งของที่เป็นสมบัติของเตือนใจ และรอยนิ้วมือ บนข้าวของเครื่องใช้ของเตือนใจ ที่ตำรวจเก็บได้ในที่เกิดเหตุ

หมวดทวนธน สุดกลั้นกับความยั่วยวนกวนประสาทของไอ้หลอไม่ไหว จึงทำการซ้อมไอ้หลอ และบอกว่าเพื่อน ๆ ที่ร่วมมือกับมันทุกคนยอมรับสารภาพหมดแล้ว ไอ้หลอจึงได้ยอมรับสารภาพในที่สุด

เรื่อง “เตือนใจ คดีที่ไม่มีวันลืม” ได้ถูกสร้างจนกลายเป็นหนังฟอร์มยักษ์ของประเทศไทยในยุคนั้น และหนังเรื่องนี้ น่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับวัยรุ่นในปัจจุบันนี้ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว…

อ่านเรื่อง เคาท์ดาวน์มรณะ ซานติก้าผับ ได้ที่นี่

สนับสนุน โดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexy gaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot  , Slot game , Joker slot , Joker slot