ลัทธิปีศาจโอมชินริเกียว

ลัทธิปีศาจโอมชินริเกียว

ในโลกของเรานั้น มีลัทธิต่างๆมามาย ที่ผู้คนใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ในวันนี้ เราจะพาทุกท่าน มารู้จักกับหนึ่งในลัทธิที่มีบนโลกของเรากันค่ะ กับเรื่องราวในวันนี้ ลัทธิปีศาจโอมชินริเกียว

วันที่ 20 มีนาคม ค.ศ. 1995 สมาชิกลัทธิ โอมชินริเกียว หรือโอมปรมัตถ์สัจจะได้ก่อวินาศกรรมอันน่าสะพรึงกลัวกลางกรุงโตเกียว

โดยการใช้ ซาริน ความเข้มข้น 30% เป็นก๊าซพิษไร้สีไร้กลิ่น มีฤทธิ์ทำลายระบบประสาท ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บกว่าครึ่งหมื่น

เจ้าลัทธินี้คือโชโกะ อาซาฮาร่า มีชื่อจริงว่า ชิซูโอะ มัตสึโมโตะ เกิดเมื่อ ค.ศ. 1955

เขาตาบอดเกือบสนิทแต่ข้างขวา ยังพอมองเห็นเลือนราง เมื่อโตขึ้นได้เปิดคลินิกฝังเข็มด้วยการรักษาด้วยวิธีฝังเข็ม โยคะและสมุนไพร โดยได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากภรรยา

ชิซูโอะทำตัวเป็นหมอเถื่อนรักษาคนไปทั่วด้วยการต้มยาทำเอง แต่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง

ช่วงเวลานั้น ในสังคมญี่ปุ่นมีการเติบโตของลัทธิต่าง ๆ อย่างมาก อันเนื่องมาจากการล่มสลายของรัฐชินโต คือพุทธศานานิกายชินโตของญี่ปุ่นที่จักรพรรดิมีสถานภาพเป็นเทพเจ้า

ชิซูโอะจึงเป็นอีกหนึ่งคนที่มีความคิดจะผสมผสาน จับเอาแก่นของลัทธิศาสนาเดิม เข้ากับเสน่ห์แห่งความเพ้อฝัน มาผสมกันเป็นลัทธิของเขาเอง

ราวปี ค.ศ. 1985 เกิดการตื่นตัวเรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติ เช่น ยูเอฟโอ การหยั่งรู้ กายทิพย์ การลอยตัว

ชิซูโอะก็อาศัยความตื่นตัวนี้ลงภาพเขากำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศ ลงบนนิตยสารฉบับหนึ่งในปี ค.ศ. 1986 พร้อมตีพิมพ์คำพูดว่า “ข้าพเจ้าสามารถลอยตัวอยู่ราว 3 วินาที และจะเพิ่มนานขึ้นเรื่อย ๆ”

เมื่อแนวคิดของชิซูโอะมีเป้าหมายชัดเจนมากขึ้น เขาจึงเปลี่ยนชื่อเป็น โชโกะ อาซาฮาร่า พร้อมกับเริ่มไว้หนวดเครา และสวมเสื้อคลุมขาวเหมือนผู้ทรงศีล

อาซาฮาร่าปรับเอาแนวคิดจากความเชื่อ ลัทธิ แนวคิด จากศาสนาต่าง ๆ มาเป็นลัทธิของเขา

อาซาฮาร่ามุ่งเน้นไปที่ “วันสิ้นโลก” ที่จะเกิดเหตุการณ์ล้างบางมนุษย์ทุกคน แล้วอ้างว่าจะยุติหรือหลีกเลี่ยงได้หากมานับถือลัทธิของเขา

ลัทธิโอมฯ มีผู้เข้าร่วมหลายพันคนทั่วญี่ปุ่น มีศูนย์แพร่กระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก อาซาฮาร่ามาตั้งฐานปฏิบัติการของลัทธิใกล้กับภูเขาฟูจิ เรียกว่า “ศูนย์ฟูจิ”

โดยฐานปฏิบัติการแห่งนี้มีทั้งสำนักงาน แผนกวิจัยวิทยาศาสตร์ ห้องขัง โรงพิมพ์ คลินิก รวมทั้งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่แทบจะไม่มีใครเข้าไปถึงส่วนนี้ เป็นอาณาจักรครบวงจรเลยก็ว่าได้

นักวิทยาศาสตร์ของลัทธิโอมฯ มุ่งผลิตซารินด้วยความกระตือรือร้น โดยได้รับวัตถุดิบและอุปกรณ์ที่พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ซารินมีฤทธิ์ต่อระบบประสาทโดยเบื้องต้น เมื่อสูดดมก๊าซนี้จะทำให้น้ำมูกน้ำลายไหล แน่นหน้าอก ตาพร่ามัว กล้ามเนื้อเกร็ง หายใจลำบาก ไม่สามารถกลั้นอุจจาระหรือปัสสาวะได้

จากนั้นอาการจะรุนแรงมากขึ้น จนเริ่มชักกระตุก ปวดหัวรุนแรง อัมพาต โคม่าและจะเสียชีวิต เนื่องจากหายใจไม่ออกเพราะซารินไปทำลายระบบหายใจ

สมาชิกลัทธิโอมจำนวน 5 คน มีเป้าหมายในการใช้ก๊าซพิษนี้โจมตีประชาชนชาวญี่ปุ่นที่กำลังเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินในกรุงโตเกียว โดยเลือกช่วงเวลาประมาณ 8 โมงเช้า เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่มีคนพลุกพล่านมากที่สุด

ทั้ง 5 คนเลือกนั่งขบวนรถไฟที่จะผ่านย่านคาซูมิกาเซกิในเวลาพร้อม ๆ กันเพื่อปฏิบัติการ เนื่องจากย่านนี้เป็นย่านที่ตั้งของหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐบาลญี่ปุ่น

ผู้ปฏิบัติการทั้ง 5 คน ใน 5 สายรถไฟใต้ดินได้บรรทุกถุงใส่ซารินขึ้นไป พวกเขาจะห่อถุงก๊าซด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์อีกชั้นหนึ่ง ก่อนจะนำไปวางในขบวนรถไฟแล้วใช้ของปลายแหลม

ซารินมีสถานะเป็นของเหลว มันเจิ่งนองไปทั่วทั้งขบวนรถไฟแต่ไม่มีใครสงสัย กลับเหยียบย่ำของเหลวเหล่านั้นซึ่งยิ่งกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาและเกิดก๊าซพิษอย่างรวดเร็ว

ผู้โดยสารในขบวนรถไฟเริ่มมีอาการเบื้องต้นตามที่กล่าวมาแล้ว กระทั่งเกิดความวุ่นวายโกลาหล มีการประกาศผ่านลำโพงในขบวนรถไฟว่าเกิดเหตุก๊าซระเบิด

ชาวญี่ปุ่นเริ่มอพยพออกไปจากสถานีในสภาพน่าเวทนา บางคนล้มลงน้ำลายฟูมปาก บางคนมีอาการชักอย่างรุนแรง

เมื่อขึ้นมาบนถนนก็เต็มไปด้วยผู้คนที่ต่างก็อาเจียนออกมาเป็นเลือด บางคนเลือดออกจมูกและปาก

เจ้าหน้าที่รถไฟได้รีบอพยพผู้คนออกมาจากสถานีแล้วปิดป้ายประกาศที่ทำอย่างลวก ๆ แปะว่า “ปิดบริการเนื่องจากถูกผู้ก่อการร้ายโจมตี”

จากเหตุวินาศกรรมนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 คน บาดเจ็บมากกว่า 6,000 คน

ทางตำรวจและผู้สื่อข่าวต่างสงสัยว่าวินาศกรรมครั้งนี้ต้องมาจากพวกลัทธิใดลัทธิหนึ่ง แต่ไม่ได้พุ่งประเด็นว่า อาซาฮาร่ากับลัทธิโอมฯ จะอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้

ในวันที่ 22 มีนาคม ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ที่ทำการของลัทธิโอมฯ ทั่วประเทศ โดยที่ศูนย์ฟูจิพบสารเคมีจำนวนมาก สำหรับทำสารกระตุ้น กลีเซอรินสำหรับทำวัตถุระเบิด

ตำรวจตรวจค้นศูนย์ของลัทธิไปหลายวัน และยิ่งพบความดำมืดของลัทธินี้มากขึ้น เช่น การลักพาตัว มีห้องเผาศพ พบถังสารเคมีนับพันถัง และพบเงินจำนวนมหาศาล

ตำรวจดำเนินการจับกุมสมาชิกลัทธิโอมฯ กว่า 100 คน แต่ยังไม่ได้ตัวอาซาฮาร่า

กระทั่งตำรวจสามารถจับกุม โชโกะ อาซาฮาร่า ได้ในวันที่ 16 พฤษภาคม และทำงานอย่างหนักในการสืบหาข้อมูลเชื่อมโยงลัทธิโอมฯ กับวินาศกรรมที่เกิดขึ้น

จากวินาศกรรมที่เกิดขึ้นทำให้ธุรกิจรถแท็กซี่เติบโตขึ้นอย่างมากเพราะคนหวาดกลัวการใช้รถไฟใต้ดินจึงหันไปใช้รถแท็กซี่แทน บางส่วนที่จำเป็นต้องเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินก็เกิดความรู้สึกระแวงที่จะใช้บริการ

ปลายปี ค.ศ. 1995 ตำรวจยังจับกุมสมาชิกลัทธิโอมฯ ได้อีกกว่า 350 คน บางคนถูกปล่อยตัว บางคนก็ถูกดำเนินคดี

กระทั่งได้มีการตัดสินประหารชีวิตด้วยการแขวนคอแกนนำลัทธิโอมฯ 13 คน เมื่อ เดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2018 ปิดฉากลัทธิโอมชินริเกียวที่ดำเนินมาเกือบ 30 ปี

วาระสุดท้ายของเจ้าลัทธิและแกนนำโอมชินริเกียวได้จบลงแล้ว แต่ลัทธินี้ยังคงหลงเหลืออยู่ในลักษณะของกลุ่มต่าง ๆ ที่เปลี่ยนชื่อและแพร่อุดมการณ์ผ่านทั้งบนดินและโลกออนไลน์

ในสายตาของหลายคน ญี่ปุ่นเป็นแดนแห่งความสุข สวัสดิการดีเยี่ยม ผู้คนเอื้ออาทร แต่สภาวะ “ไร้ที่พึ่งทางใจ” ทำให้ชาวญี่ปุ่นถูกดึงดูดให้เชื่อในลัทธิอย่างไม่ลืมหูลืมตาได้

ไม่ว่าลัทธินั้นจะใช้ชื่อว่า โอมชินริเกียว หรือลัทธิก่อการร้ายอื่น ๆ ก็ตาม..

อ่านเรื่อง สถานที่ท่องเที่ยวและมนุษย์ต่างดาว ได้ที่นี่

สนับสนุน โดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexy gaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot  , Slot game , Joker slot , Joker slot