ฆาตกรต่อเนื่อง แอนดรี ชิคาทิโล

ฆาตกรต่อเนื่อง แอนดรี ชิคาทิโล

ฆาตกรต่อเนื่อง แอนดรี ชิคาทิโล อดีตครูสอนหนังสือวัย 58 ปี นอกจากจะเป็นฆาตกรโหดสังหารผู้คนมานับสิบ ๆ ศพแล้ว เขายังเป็นมนุษย์กินคนอีกด้วย

เมื่อครั้งที่เขายังเป็นเด็กชาย ที่มีโอกาสได้พบเห็นสภาพการขาดแคลนอาหารอย่างหนักในถิ่นบ้านเกิดของเขา จนทำให้มีการ “กินเนื้อคน” กันทั่วไปก็ตามที

แต่คำกล่าวอ้างของเขาไม่มีน้ำหนักพอ ที่จะทำให้เขาสามารถหลุดพ้นจากข้อหาฆ่าคนตาย เป็นจำนวนมากได้

และสภาพเหยื่อแต่ละรายของเขานั้น ล้วนแต่เผชิญชะตากรรมสุดโหด แทบไม่ซ้ำกัน

บางรายก็ถูกชำแหละร่าง และเอามาต้มเคี่ยว กินเป็นอาหารอย่างเอร็ดอร่อยทั้งสิ้น

และมีผลทำให้ ศาลมีคำสั่งประหารชีวิตเขาเป็นรายคดีทุก ๆ คดีไปนั่นหมายความว่า อดีตครูสอนหนังสืออย่างแอนดรีนั้น ถูกศาลสั่งประหารมากกว่า 50 ครั้ง

ซึ่งถือว่า เป็นการสั่งประหารคนคนเดียวกันมากที่สุด แต่ความที่คนเรานั้น ตายได้หนเดียว

ดังนั้น แอนดรีจึงถูกประหารเพียงครั้งเดียว โดยการผูกตรึงกับหลักประหาร และหันหลังให้เพชรฆาต ที่รัวปืนใส่เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1994

แอนดรี ชิคาทิโล ได้ตายจากโลกไปในวันแห่งความรัก แต่เรื่องราวของเขา ยังเป็นคดีโหดคาใจชาวโลก นับจากวันนั้นถึงบัดนี้

โดยที่ยังมีข้อกังขาอยู่บ้างเหมือนกันว่า เขากินคนไปกี่คนกันแน่ เพราะเท่าที่สารภาพออกมานั้น ก็คาดว่ายังไม่หมดสิ้น เป็นแค่การเปิดปากจำนนต่อหลักฐานเท่านั้น

แอนดรี เป็นฆาตกรต่อเนื่องที่กินคนเข้าไปมากมาย จนกลายเป็นพวกเสพย์ติดเนื้อมนุษย์ และเขายังอ้างอีกด้วยว่า การแทงคนทำให้เขาเกิดอารมณ์ทางเพศจนถึงขั้นอวัยวะเพศแข็งตัว และสามารถหลั่งน้ำอสุจิออกมาได้

หมู่บ้านกินคนหมู่บ้านยาบล็อกนอย ซึ่งเป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก ถือว่าเป็นหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่ต้องผจญกับความอดอยากแร้นแค้นขนาดหนัก

เวลานั้นเด็กชาย แอนดรี ชิคาทิโล รับรู้ว่าดินแดนรัสเซียของเขากำลังสู้รบอย่างหนักกับกองทหารเยอรมันที่ทำทุกอย่างเพื่อบุกรัสเซีย พร้อม ๆ กับหลายประเทศในยุโรปเพื่อตีให้แตกหัก

ความอดอยากเกิดขึ้นทั่วทุกหย่อมหญ้า ทำให้ประชาชนรัสเซียขาดอาหารทุกชนิด ที่บ้านเกิดของแอนดรีก็เช่นกัน หนีไม่พ้นปัญหาอดอยาก ไม่มีจะกิน

จนทำให้ประชาชน หันมากินคนที่ตายแล้ว หรือไม่ก็ฆ่ากันตายเพื่อนำเนื้อมาปรุงเป็นอาหารอย่างเอร็ดอร่อย

พี่ชายของแอนดรีก็เป็นอีกหนึ่งชีวิต ที่ต้องถึงวาระสุดท้าย เพราะการขาดอาหารอย่างรุนแรง ทำให้ศพของเขากลายเป็นอาหารอันโอชะ ของผู้อดอยากหิวโหย ที่รุมกันนำเนื้อออกจากร่างไปประกอบอาหารกินกัน

ช่วงสงครามโลกครั้งที่สองนั้น แม้แอนดรีจะเป็นเด็กวัยไม่ถึง 10 ขวบ แต่เขาก็ได้รับรู้ถึงการกินเนื้อมนุษย์กันอยู๋เสมอมา

ในเวลาเดียวกัน ก็เกลียดชังนาซีเยอรมันเป็นอย่างมาก เพราะพวกนั้นระเบิดเมืองและสิ่งก่อสร้างทุกอย่างที่เป็นของรัสเซีย

เขาคิดฝันอยู่เสมอว่า สักวันหนึ่ง เขาจะหาโอกาสล่อลวงพวกทหารเยอรมันให้หลงป่าใกล้หมู่บ้านของเขา

จากนั้นเขาก็จะหาทางกำจัดทหารเหล่านั้นเสียให้สิ้นซากเพียงกอดถึงกับหลั่งในสภาพสงครามนั้น ทุกคนต้องดิ้นรนกันเพื่ออยู่รอดให้ได้และต้องปรับตัวทุกอย่าง

ครอบครัวของแอนดรีนั้นสุมหัวกันอยู่ในห้องแคบๆ และต้องทนทำกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่จำกัดเสมอ

แอนดรีต้องอาศัยนอนเตียงเดียวกับแม่ของเขา และบ่อยครั้งที่เขาเผลอปัสสาวะรดที่นอน ซึ่งเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้เขาถูกแม่ตีกระหน่ำทำโทษทุกครั้ง รวมถึงการบ่นว่าให้เขาได้อับอายจนแทบไม่กล้าสู้หน้าใครๆ

เมื่อครั้งยังเป็นนักเรียนนั้น แอนดรีทำคะแนนได้ดีมากๆ แต่เมื่อถึงคราวต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย เขากลับพลาดอย่างไม่เป็นท่า ทำให้หมดสิทธิ์ได้เป็นนิสิตของมหาวิทยาลัยมอสโคว์สเตทยูนิเวอซิตี้

ย้อนกลับไปเมื่อคราวที่แอนดรียังเป็นเด็กหนุ่มวัย 15 ปีนั้น เขาชื่นชอบนักเรียนสาวสวยวัยเดียวกัน

พอสบโอกาสเขาก็ตรงเข้ากอดเธอและปลุกปล้ำจนเธอล้มคว่ำไปกับพื้น เธอพยายามดิ้นรนให้หลุดจากการกอดของแอนดรี แต่เขากลับกอดเธอแน่นจนหายใจแทบไม่ออก

และระหว่างนั้นเมื่อหญิงสาวนั้นหมดแรงเหมือนใกล้จะตาย แอนดรีก็พอใจถึงขั้นเสียวกระสันและหลั่งน้ำอสุจิออกมาราดรดเธอ

เหตุการณ์นี้ถือเป็นก้าวแรกที่ทำให้เขาเรียนรู้และพึงใจการถึงจุดสุดยอดแบบผิดปกติและเป็นเรื่องที่นำให้เขากลายเป็นฆาตกรโหด

การแต่งงานและอาชีพที่ไม่แน่นอน ซึ่งตอนนั้นเขามีอายุราว 27 ปี เจ้าสาวของเขานั้นเป็นเพื่อนน้องสาวของเขาเอง

หลังจากนั้นก็คบหากันเรื่อยมาจนกระทั่งได้แต่งงานกัน แอนดรีนั้นมีปัญหาเรื่องสมรรถภาพทางเพศ เพราะอวัยวะเพศของเขาไม่สามารถปฏิบัติกามกิจได้ตลอดรอดฝั่ง

แต่อย่างไรก็ตาม เขายังสามารถทำให้ภรรยาตั้งท้องและให้กำเนิดลูกชายและลูกสาวอย่างละหนึ่งคนจนได้ เพราะเขาใช้วิธีสำเร็จความใคร่ให้ตัวเองก่อนที่จะสอดน้ำอสุจิเข้าไปในช่องคลอดของภรรยา

ต่อมาเขาได้งานเป็นครูสอนหนังสือในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่เมืองโนโวชาคทิงค์

ซึ่งอาชีพครูที่เขาทำอยู่นั้นไม่ได้ทำให้เขาได้รับความเคารพจากนักเรียนเท่าใดนัก แต่แอนดรีก็ไม่คิดจะเปลี่ยนอาชีพ แต่ก็เปลี่ยนโรงเรียนไปเรื่อยๆ

แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนงานไปเป็นเสมียนในโรงงาน ซึ่งเป็นงานที่ทำให้เขาสามารถเดินทางไปยังจุดต่างๆ ได้ทั่วประเทศรัสเซียเพราะต้องไปตรวจสอบคุณภาพสินค้าตามเนื้องานของเขาในขณะนั้นอยู่บ่อยๆ

พอถึงปี ค.ศ. 1982 เขาได้ลงมือสังหารเหยื่อของเขาถึง 7 ครั้งด้วยกัน วิธีการล่อลวงเหยื่อไปฆ่านั้นก็เป็นวิธีการง่ายๆ นั่นก็คือเขาจะเดินทางไปยังสถานีรถไฟหรือรถโดยสารเพื่อมองหาเหยื่อที่เหมาะๆ

เมื่อพบเหยื่อแล้วเขาจะพูดคุยตีสนิทและขวนให้เหยื่อตามเขาไปยังในป่า หรือพุ่มไม้แถวๆ นั้นก่อนที่จะลงมือฆ่าอย่างรวดเร็ว เขาปล่อยให้เวลาผ่านไปสักระยะหนึ่งจึงอดรนทนไม่ได้ต้องออกมาเตรียมตัวฆ่าเหยื่ออีกให้ได้

แอนดรีในวัย 47 ปีเริ่มลงมือสังหารเหยื่อจากเดือนมิถุนายนไปจนถึงเดือนกันยายน โดยได้เหยื่อมาสังเวยคมมีดของเขาจำนวน 4 คนด้วยกัน

โดยที่เหยื่อเหล่านั้นเป็นผู้หญิง 3 คนและเด็กหนึ่งคน ผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อของแอนดรีส่วนใหญ่จะเป็นสาวๆ โสเภณีหรือไม่ก็พวกจรจัดไม่เป็นหลักแหล่งซึ่งหลอกง่ายดายมากแค่บอกว่าจะให้เครื่องดื่มหรือเงิน คนเหล่านั้นก็ตามมาแล้ว

แอนดรีพยายามนักหนาที่จะมีเพศสัมพันธ์กับสาวๆ เหล่านั้น แต่เขาไม่สามารถปลุกอวัยวะสำคัญให้แข็งตัวเพื่อร่วมเพศได้ จึงทำให้เขาหงุดหงิด และยิ่งโกรธมมากขึ้น เมื่อมีหญิงโสเภณีบางรายหัวเราะเย้ยหยันอาการไร้สมรรถภาพทางเพศของเขา

และนั่นคือวาระสุดท้ายของชีวิตโสเภณีรายนั้น เพราะเขาจะกระหน่ำแทงเธอด้วยมีดจนขาดใจตายคาที่พร้อมกับหลั่งความสุขออกมาโดยแทบไม่รู้ตัว

แอนดรี ชิคาทิโล ถูกตำรวจจับกุมตัวเป็นครั้งแรกที่ชุมทางรถโดยสารทางไกลที่เมืองรอสตอฟด้วยข้อหาที่ไม่ร้ายแรงนัก และถือว่าเป็นคดีที่ไม่ใช่คดีใหญ่

ถือเป็นคราวโชคดีของแอนดรีเป็นอย่างมาก เพราะในขณะที่ตำรวจสอบสวนและจับกุมตัวเขาอยู่นั้น เขาไม่มีประวัติด้านลบให้ตำรวจตรวจสอบได้เลย

แต่เนื่องจากพฤติกรรมบางอย่างไปสอดคล้องกับความผิดสถานเบาบางอย่าง ทำให้เขาต้องรับโทษดังที่ได้กล่าวไปแล้วตอนนั้นคาดว่า แอนดรีคงหายใจไม่ทั่วท้องเพราะไม่รู้ว่าตำรวจจะสืบลึกลงไปถึงผลงานการฆ่าของเขาในอดีตหรือไม่

จนกระทั่งถึงเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1985 ซึ่งเขาได้ลงมือสังหารสตรีสองคนที่ต่างสถานการณ์กัน จากนั้นเขาก็กบดานเงียบ

และรอจนกระทั่งถึงเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1987 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาต้องเดินทางไปยังเมืองเรฟดา ในยูเครน เขาจึงได้ลงมือสังหารเด็กชายคนหนึ่ง ต่อมาได้ไปลงมือฆ่าอีกครั้งที่เมืองซาร์โปโรซิธในเดือนกรกฎาคม

วันที่ 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 1990 แอนดรีลงมือสังหารและตัดชิ้นส่วนอวัยวะต่างๆ เป็นชิ้นๆ โดยที่เขาลงมือบรรเลงผลงานสยองอยูในป่า พอเขาเดินออกมาเขาก็ถูกตำรวจเรียกตรวจสอบ แต่ตำรวจกลับปล่อยเขาไปโดยไม่สงสัย

ภายหลังเมื่อตำรวจได้ตรวจสอบรายชื่อของแอนดรีอีกครั้งก็พบว่าเคยถูกจับกุมมาก่อนในคดีนี้ จึงเรียกเขามาให้ปากคำอีกรอบ

อย่างไรก็ตามจำนวนศพที่เขาเปิดปากบอกกับตำรวจที่มีการแจ้งรูปพรรณสัณฐานต่างๆ มี 36 รายด้วยกันที่อยู่ในบัญชีคนตายของตำรวจ

ทั้งยังมีเหยื่ออีกจำนวนหนึ่งที่เชื่อมโยงไปถึงกรณีฆาตกรรมที่อยู่ห่างไกลจากถิ่นที่อยู่ของเขา ทำให้สามารถปิดคดีนั้นได้

แต่ก็ยังมีศพอีกจำนวนหนึ่งดช่นกันที่ไม่อาจโยงหรือตรวจสอบได้ เพราะถูกนำไปฝังจนหาไม่พบ แต่เมื่อแอนดรีนำตำรวจไปตรวจที่เกิดเหตุ เขาพาตำรวจไปขุดหลุมศพตื้นๆ ที่เขาฝังเอาไว้ทำให้พบศพมากขึ้นไปอีก

วันที่ 15 ตุลาคม ค.ศ. 1992 จึงมีการสรุปว่าเขาเป็นฆาตกรโหดที่สังหารเหยื่อไป 52 คน และถูกลงโทษด้วยการประหารชีวิตในแต่ละคำตัดสิน

แม้ว่าเขาจะต่อสู้ให้การว่าสิ่งที่เขาทำลงไปนั้น เป็นผลกระทบจากสภาวะขาดอาหาร และอดอยากกหิวโหยในช่วงที่เขายังเป็นเด็กอยู่ในยูเครนแต่ก็ถือว่าฟังไม่ขึ้น

ท้ายที่สุดเขาก็ถูกสั่งให้ประหารชีวิตเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1994 ถือว่าเป็นอันจบชีวิตนักฆ่า นักกินศพรายใหญ่ของรัสเซีย

โดยที่เรื่องราวของเขายังคงอยู่ในความทรงจำด้านร้ายๆ ตราบจนทุกวันนี้

อ่านเรื่อง Frog Boys การผจญภัยที่ไม่มีวันกลับมา ได้ที่นี่

สนับสนุน โดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexy gaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot  , Slot game , Joker slot , Joker slot