Categories
Uncategorized

ฆาตกรต่อเนื่อง บุญเพ็ง หีบเหล็ก

ฆาตกรต่อเนื่อง บุญเพ็ง หีบเหล็ก นักโทษประหารด้วยการตัดคอคนสุดท้าย

ฆาตกรต่อเนื่อง บุญเพ็ง หีบเหล็ก นักโทษประหารด้วยการตัดคอคนสุดท้าย

บุญเพ็ง หีบเหล็ก เป็นฉายาของนายบุญเพ็ง ซึ่งเป็นฆาตกรที่เหี้ยมโหดในสมัยรัชกาลที่ 6

บุญเพ็งเกิดในปีขาล ที่เมืองท่าอุเทน มณฑลอุดร บิดาเป็นชาวจีน ส่วนมารดาเป็นลาว

บุญเพ็งได้เข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ โดยอาศัยอยู่กับตาชื่อสุก และยายชื่อเพียร นายบุญเพ็งได้อุปสมบทเป็นภิกษุจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในเมืองนนทบุรี

เนื่องจากพระบุญเพ็งเป็นพระที่มีลูกศิษย์ส่วนมากเป็นผู้หญิงและร่ำรวย จึงทำให้บุญเพ็งมีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้หญิงเหล่านี้

ต่อมาเกิดโลภมากในทรัพย์จึงได้ฆ่าสีกาที่เป็นเศรษฐินีเจ็ดคน แล้วนำศพยัดใส่หีบเหล็กแล้วถ่วงน้ำทุกครั้ง ผู้คนจึงเรียกเขาว่า บุญเพ็ง หีบเหล็ก

ต่อมาถูกจับได้และประหารชีวิตในที่สุด

โดยบุญเพ็งเป็นนักโทษประหารชีวิตคนสุดท้าย ที่ถูกสังหารโดยการตัดคอ

โดยเล่าลือว่าในตอนแรกขณะที่ประหารเพชฌฆาตไม่สามารถตัดคอบุญเพ็งได้เนื่องจากความแก่กล้าในคาถาอาคม เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2462

ศพฝังอยู่ที่ป่าช้าวัดภาษี เขตวัฒนา ริมคลองแสนแสบ ปัจจุบันมีศาลบูชาบุญเพ็ง

ซึ่งบุคคลในวัดจะเรียกบุญเพ็งว่า “ลุงบุญเพ็ง” และยังเชื่อว่าหีบเหล็กทั้ง 7 ใบนั้นถูกฝังอยู่ใต้ศาลของบุญเพ็งอีกด้วย

“บุญเพ็ง หีบเหล็ก” ฆาตกร ฆ่าหั่นศพหญิงสาวในย่านบางลำภู ช่วงปี พุทธศักราช 2461 จากพระนอกรีตที่ถูกจับสึกเพราะทำผิดวินัยสงฆ์

ต่อมาตั้งตนเป็นอาจารย์ มีคาถาอาคมทำเสน่ห์เมตตามหานิยมให้ผู้ที่เชื่อในเรื่องของคุณไสย และลงมือสังหารเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายคนแล้วคนเล่าเพียงเพื่อต้องการทรัพย์สมบัติมาเป็นของตน

โดยอำพรางคดีด้วยการหั่นศพใส่หีบเหล็ก

และในที่สุดวิญญาณอาฆาตเหล่านั้นก็แสดงอาถรรพ์ให้ทกคนได้เห็น จนในที่สุด “บุญเพ็ง” ก็ถูกจับและศาลตัดสินประหารชีวิตด้วยการกุดหัวเป็นคนสุดท้าย

ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นระบอบประชาธิปไตย

ในขณะที่ต่างประเทศได้ให้ความสนใจถึงขนาดตั้งฉายาของ บุญเพ็ง หีบเหล็กว่า “THE MURDERESS IRON BOX”หรือฆาตกร ผู้อำพรางด้วยหีบเหล็ก

บุญเพ็งเดิมเป็นชายหนุ่มรูปงามนักเป็นที่เลื่องลือ และกล่าวขาน เขากำพร้าพ่อแม่แต่เล็ก อยู่กับตายาย ชื่อตาสุก และยายเพียร ซึ่งเฝ้าเลี้ยงดูอย่างทนุถนอมมาก

แต่หนุ่มบุญเพ็ง ไม่เอาไหน งานการไม่อยากทำ โดยปล่อยให้ตายาย ไปทำนาตามประสา

บุญเพ็งเรียนจบครบหลักสูตรวิชาไสยศาตร์ประเภทมนต์ดำฝังรูปฝังรอย พร้อมวิชาหมอดู

นอกจากเขาจะมีรูปร่างอ้อนแอ้น เขายังมีกิริยานอบน้อม เจรจาพาทีไพเราะ จนสาวๆ ทั้งหลายทอดสายตาให้

ต่อมาเขาได้เติบโตเป็นหนุ่ม ถูกตายายดุด่า ห้ามปรามไม่ให้เล่นวิชาไสยศาสตร์ เขาจึงทนไม่ไหว และมุ่งหน้าเข้าสู่บางลำภู ที่บางกอก

มาตั้งสำนักหมอผี อยู่ในสวน ใกล้คลองบางลำภู เปิดสำนักดูหมอสะเดาะเคราะห์ต่อชะตาชีวิต รับทำเมตตามหานิยม เสน่ห์ยาแฝด และไสยศาสตร์

ซึ่งขณะนั้นมีคนแวะเวียนมาให้บุญเพ็งทำพิธีทางไสยศาสตร์มากมาย

ช่วงนั้นผู้หญิงได้ไปติดพัน ไปหาตอนกลางคืน และนั่งคุยจนดึกดื่น ก็ต่างตกเป็นทาสสวาทของเขาทั้งสิ้น

นานวันเข้าผู้หญิงคนนั้นก็หายไปอย่างลึกลับ ไร้ร่องรอย พร้อมกับหีบเหล็กที่หายไปทีละ ๑ ใบ

ศพแรกที่บุญเพ็งฆ่า เป็นพ่อค้าเพชรพลอยชื่อ “นายล้อม” โดยบุญเพ็งกับลูกน้อง ได้ทำการหั่นศพนายล้อมที่วัดสุทัศน์ เพื่อยัดลงหีบและนำใส่รถเจ๊กมาทิ้งไว้ที่คลองบางลำพู ทั้งนี้ที่ฆ่าก็เพื่อหวังชิงทรัพย์เท่านั้น

ศพที่สอง บุญเพ็งได้ร่วมมือกับ พระเจริญและนายจรัญ ลงมือฆ่านางปริก ภรรยาขุนสิทธิคดี ซึ่งเป็นคนรวย

ส่วนสาเหตุที่ลงมือฆ่านั้น เนื่องมาจาก นางปริกเป็นคู่ขากับบุญเพ็งสมสู่กันเป็นประจำ

จนกระทั่งนางปริกตั้งท้อง จึงเรียกร้องให้บุญเพ็งรับผิดชอบ ด้านบุญเพ็งจึงคิดแผนการลงมือฆ่านางปริกในที่สุด

ต่อมาชาวบ้านย่านวัดไทรม้า จังหวัดนนทบุรี คนหนึ่งได้พบหีบเหล็กใบหนึ่งลอยอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าวัด จึงช่วยกับชาวบ้านอีกคนเพื่อลากหีบขึ้นมาเปิด

และเมื่อเปิดหีบเป็นต้องผงะ เนื่องจากในหีบนั้นมีศพหญิงสาวถูกมัดมือมัดเท้าในท่านั่งยอง ๆ ยัดใส่อยู่ในหีบพร้อมมุ้งคลุมศพและก้อนอิฐถ่วงหีบอีก 8 ก้อน

ก่อนหน้านี้ แม่ของนางปริกได้เข้าแจ้งความกับตำรวจว่า นางปริกลูกสาว แต่งตัวสวยไปงานจิตรลดา ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม

ซึ่งก่อนออกจากบ้าน นางปริกได้รับจดหมายจากบุญเพ็งว่าให้ไปรับสร้อยที่บุญเพ็งยืมไป

หลังจากนั้นก็นางปริกก็หายตัวไป จนมาพบศพถูกห่วงในหีบดังกล่าว และหลังจากนั้น บุญเพ็งก็ถูกตำรวจจับได้เพียงแค่ชั่วข้ามคืนเท่านั้น

ผู้หญิงคนแล้วคนเล่าที่ต้องมาสังเวยชีวิตให้กับบุญเพ็ง

คนสุดท้ายเป็นคุณนายที่สามีทอดทิ้ง รูปร่างดี แต่งกายดี ทองเต็มตัว บุญเพ็งเสพสมแล้ว ก็กลายเป็นขาประจำ

จนกระทั่งวันหนึ่ง หญิงคนนั้นก็เกิดตั้งท้อง ยื่นคำขาดให้บุญเพ็งรับผิดชอบเป็นเมียอย่างออกหน้าออกตา

ซึ่งบุญเพ็งจะบ่ายเบี่ยงตลอดเวลา ดังนั้นเขาจึงต้อง ฆ่าหญิงคนนั้นเสีย แล้วนำศพหั่นเป็นท่อน ๆ ยัดลงหีบนำไปทิ้งลงคลองอีกเช่นเคย และเป็นหีบใบสุดท้ายที่มี

หลังจากนั้น บุญเพ็งจึงลี้ภัยที่รู้ว่าจะมาถึงตัว หนีไปบวชเป็นพระที่วัดแถวอยุธยา ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกรรมเวรอะไร ทำให้บุญเพ็งต้องสึกออกมาอีก เพื่อแต่งงานกับผู้หญิงที่หมายปอง

และคืนนั้นเองที่ ยังไม่ทันจะได้ถึงสวรรค์ ก็มีเจ้าหน้าที่บ้านเมืองมาล้อมจับไว้ในข้อหา ฆ่าคนตายอย่างเหี้ยมโหด

เรื่องราวทั้งหมดสืบเนื่องมาจากได้มีชาวบ้านไปทอดแห แล้วเจอหีบทั้ง 7 ใบ

ในนั้นมีซากศพเป็นท่อน ๆ อยู่ในหีบทุกใบ จึงต้องโทษ และถูกตัดสิน โดยการประหารชีวิตในที่สุด

ในช่วงประหารชีวิตนั้นเอง เพชฌฆาตได้ลงดาบอันคบกริบลงบนคอ แต่แทนที่คอจะขาด กลับกลายเป็นว่า คมดาบนั้นไม่ได้ระคายเคืองผิวเลย

จนเพชฌฆาตพูดว่า “มึงมีอะไรดี ให้เอาออกเสียเถอะ” บุญเพ็งจึงได้คายพระที่อมไว้ในปากออกมา เพชฌฆาตก็เอาพระเขวี้ยงทิ้งไปในกอไผ่

gเมื่อรำดาบใหม่ คราวนี้คอขาดหัวกระเด็นจนเลือดพุ่งกระฉูด ผู้คนที่มาดูต่างร้องวีดว้ายระงม

ว่ากันว่า ขณะที่ศีรษะถูกคมดาบของเพชรฆาตฟันนั้น ในช่วงวินาทีสั้นๆ ชาวบ้านหลายคนได้เห็นมุมปากของบุญเพ็ง ขมุบขมิบเหมือนท่องคาถาอะไรสักอย่าง

ศพของบุญเพ็ง หีบเหล็ก ถูกนำไปฝังไว้ในป่าช้า จนภายหลังญาติมาจัดการเผาศพตามพิธี และกล่าวกันว่า รอยสักช่วงแผ่นหลัง ของเขาเผาไฟไม่ไหม้

ญาติเก็บกระดูกใส่เจดีย์ไว้ข้างอุโบสถวัดจนช่วงหลังเจดีย์ถูกรื้อออก

ทางวัดภาษี จึงได้ให้ช่างปั้นรูปปั้นจำลอง ไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์ว่าเขาเป็นนักโทษประหารคนสุดท้ายของสยาม…

อ่านเรื่อง คดีฆาตกรรมนวลฉวี ได้ที่นี่

สนับสนุน โดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexy gaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot  , Slot game , Joker slot , Joker slot

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *