Categories
Uncategorized

คดีฆาตกรรมนวลฉวี

คดีฆาตกรรมนวลฉวี

คดีฆาตกรรมนวลฉวี

คดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ อันโด่งดังกว่าครึ่งศตวรรษ วันนี้ เราจะพาทุกท่าน มาย้อนรอยกับ คดีนวลฉวี หญิงสาวที่ถูกสามีฆ่า ปิดตำนานรักหึงหวง

และเมื่อพูดถึงชื่อ “นวลฉวี” แล้ว หลาย ๆ คน อาจจะเคยได้ยิน ข่าวดังของคดีนี้ ที่เกิดขึ้นเมื่อกว่า 50 ปีมาแล้ว และอาจจำได้เพียงเลือนราง

วันนี้เราจึงขอย้อนรอยคดีดัง “นวลฉวี” ให้ได้ทราบกันอีกครั้ง

สำหรับ คดีนวลฉวี เป็นที่กล่าวขานอย่างมาก เนื่องจากเป็นคดีแรก ที่หมอกลายเป็นฆาตกร อีกทั้ง ยังเป็นฆาตกรฆ่าภรรยาของตัวเอง..

แถมยังให้การและวางแผนได้อย่างแยบยลเลยทีเดียว..

นวลฉวี เพชรรุ่ง เกิดเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2475 เกิดที่ลพบุรี ในครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างร่ำรวย ลูกทุกคนได้รับการศึกษา และมีการงานดีกันหมด

ส่วนนวลฉวี ก็เป็นสาวรูปร่างผอมบาง ตัวเล็ก หน้าตาพอใช้ สอบติดพยาบาล ที่ศิริราชพยาบาล และจบการศึกษาในปี 2497 จากนั้น เธอก็ประกอบอาชีพพยาบาล ที่สถานพยาบาลยาสูบ

จนกระทั่งไปเที่ยวทางเหนือ และได้พบรักกับหมออธิป สุญาณเศรษฐกร ซึ่งขณะนั้น เป็นแพทย์อยู่โรงพยาบาลรถไฟ ซึ่งก็ได้ส่งจดหมายติดต่อกันเป็นระยะ ๆ จนทั้งคู่ กลายเป็นสามีภรรยากันทางพฤตินัย 

 เรื่องราวความรักของทั้งคู่ ได้ดำเนินไปอย่างหวานชื่น แต่ก็ต้องมีจุดที่ทำให้แตกร้าว เนื่องจาก หมออธิป มีผู้หญิงเข้ามาพัวพันมากมาย ทำให้นวลฉวีเอง เกิดความรู้สึกหึงหวงหมออธิป 

จึงแสดงความเป็นเจ้าของ ด้วยการไปนั่งเฝ้าหมออธิป ในที่ทำงาน และตามไปทุกหนทุกแห่ง เหมือนเงาตามตัว ทำให้หมอ อธิป เริ่มรู้สึกรำคาญ

แต่ในที่สุด หมออธิปก็ตัดปัญหา การถูกตามตัว ด้วยการจดทะเบียนสมรส กับนวลฉวี เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2502

ดูเหมือนว่า ทุกอย่างจะไปได้ด้วยดี แต่หมออธิป กลับจดทะเบียนซ้อนกับ นางสาวสมบูรณ์ สืบสมาน นักศึกษาสาว ที่เข้ามาพัวพัน ในวันที่ 17 มีนาคม 2502

ซึ่งการจดทะเบียนสมรสกับนวลฉวีนั้น ฝ่ายนางสาวสมบูรณ์ก็รู้ แต่ด้วยความอยากตัดปัญหา ก็เลยจดทะเบียนซ้อนไป..

และแล้ว ก็เป็นจุดเริ่มต้นของความหึงหวง นวลฉวีกับสมบูรณ์มีปากเสียงกันหลายครั้ง จนโรงพยาบาลที่หมออธิป ทำงานอยู่ ต้องออกกฎไม่ให้ผู้หญิงทั้ง 2 คน เข้าไปข้างใน

 ขณะที่ นวลฉวีถึงแม้จะได้ทะเบียนสมรส แต่ก็ไม่ได้แต่งงานกับหมออธิป  อีกทั้งหมออธิป ยังไม่สนใจเธอเหมือนแต่ก่อน

เธอหวังที่จะมัดใจหมออธิป  ด้วยการบอกที่บ้านว่า เธอกับหมออธิป จะแต่งงานกัน พร้อมเชิญครอบครัวหมอธิปมาทานข้าวที่บ้าน แต่กลับถูกหมออธิป ตอกกลับว่า ยังไม่มีการแต่งงานใด ๆ เกิดขึ้น และเรื่องนี้นวลฉวีก็คิดไปเอง 

ซึ่งเรื่องนี้เอง ทำให้นวลฉวี คิดที่จะหอบเสื้อผ้าไปอยู่บ้านของหมออธิป  แต่เธอกลับไม่ได้บอกล่วงหน้าไว้ก่อน ทำให้หมออธิปไล่เธอกลับบ้าน และเรื่องราวเจ็บช้ำทุกอย่างของเธอนั้น

นวลฉวีได้เขียนลงไปในสมุดบันทึก ซึ่งต่อมากลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการจับฆาตกร

นวลฉวีและหมออธิป ได้มีปากเสียงทะเลาะเบาะแว้งกันเรื่อยมา จนกระทั่งวันที่ 9 กันยายน 2502 นวลฉวีได้โทรศัพท์ไปคุยกับ ธวัช เพื่อนชาย บอกว่าเธอกับหมออธิปนั้นทะเลาะกันอีกแล้ว แต่จะคุยรายละเอียดให้ฟังอีกครั้งหลังเลิกงาน 

โดยนวลฉวี ได้นัดนายธวัช มาคุยกันที่โรงพยาบาลยาสูบ แต่เมื่อนายธวัชไปตามที่นัดหมาย กลับไม่เจอนวลฉวี

จนเวลา 1 ทุ่ม นวลฉวีก็ยังไม่มา ซึ่งยามระบุว่า เห็นนวลฉวีแต่งตัวออกไปข้างนอกนานแล้ว และยังไม่เห็นกลับมาอีกเลย โดยที่ไม่มีใครรู้ว่า วันนั้นจะเป็นวันสุดท้ายที่จะได้เห็นนวลฉวี…

ต่อมา ช่วงเช้าวันที่ 12 กันยายน 2502 เวลา 08.45 น. ก็มีคนพบศพนวลฉวีที่สะพานนนทบุรี ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมพื้นที่ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

โดยหลังจากนั้น ศพก็ถูกส่งไปชันสูตรโดยด่วน ซึ่งผลการชันสูตร ระบุว่า สาเหตุการตาย เนื่องมาจาก ถูกแทงที่สีข้างข้างขวา และด้านหลังซ้าย รวม 3 แผล ก่อนที่จะสิ้นใจ และถูกจับโยนทิ้งลงสะพานนนทบุรี

ที่น่าสงสัยก็คือ แม้นวลฉวีจะถูกแทง 3 แผล แต่เสื้อผ้า กลับไม่มีร่องรอยฉีกขาด

และแน่นอนเมื่อนวลฉวีเสียชีวิต ตำรวจก็มุ่งประเด็นไปที่หมออธิปทันที เนื่องจากก่อนหน้านี้ มีปากเสียงกันบ่อย แต่หมออธิปตอบคำถามแบบสั้น ๆ ว่า เป็นนวลฉวีเป็นภรรยาของเขาจริง แต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน 

หลังจากนั้น ตำรวจก็สอบสวนหมออธิปอย่างละเอียด นอกจากนี้ ยังพบรอยข่วนที่ข้อมือหมอ ซึ่งตำรวจก็ได้แจ้งข้อหาหมออธิปเอาไว้ก่อน แต่หมออธิปก็ยังปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้ทำ

แต่ในที่สุดแล้ว ก็จำนนต่อพยานหลักฐาน หมออธิป จึงถูกจับในข้อหาฆาตกรรม

อย่างไรก็ตาม หมออธิป ได้เปิดเผยภายหลังว่า ในวันที่ 10 กันยายน 2502 เขาได้นัดนวลฉวีไปพบที่โรงพยาบาลยาสูบ

ขณะเดียวกัน ในเวลาบ่ายโมงกว่า ๆ นายยง นายชูยศ และนายชูเกียรติ ผู้ร่วมลงมือฆ่า ได้เดินทางไปดูสถานที่ทำการฆ่า โดยเตรียมมีดปลายแหลม ผ้าพลาสติก สายไฟ และไม้ไผ่เพื่อหามศพ

จนกระทั่งเมื่อเวลา 5 โมงเย็น นายยง นายชูยศ และนายชูเกียรติ ได้พากันมาซุ่มที่ห้องน้ำ เพื่อรอดูหมออธิปฆ่านวลฉวี

โดยหมออธิป ได้พานวลฉวี มาทางหน้าบ้านของนายชูยศ ก่อนที่จะพาเข้าห้องครัว และปิดประตูลงกลอน ซึ่งหมออธิปรอจังหวะที่นวลฉวีเผลอ จึงโปะยาสลบและลงมือฆ่า

หลังจากที่นวลฉวีสิ้นใจ สามคนที่เหลือก็ได้เข้ามาหามศพออกไปหลังบันไดบ้าน ส่วนนายมงคลได้ทำความสะอาดจุดสังหาร ก่อนที่จะขนย้ายศพและโยนทิ้งลงสะพานนนทบุรี 

และนับตั้งแต่เจอศพนวลฉวี สะพานดังกล่าวก็ถูกเรียกขานว่า “สะพานนวลฉวี”  เป็นต้นมา

ทั้งนี้ เมื่อคดีเข้าสู่การกระบวนการพิจารณา หมออธิปถูกแจ้งข้อหาฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และฐานก่อให้คนอื่นกระทำความผิดให้ต้องโทษประหารชีวิต

ขณะที่ นายยง นายชูยศ และนายชูเกียรติ รอดคุกเพราะไม่มีหลักฐาน

ส่วนนายมงคล ถูกแจ้งข้อหาระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต และริบมีดสั้นปลายแหลมที่ใช้กระทำผิดเสีย

อย่างไรก็ตาม หมออธิปก็ถูกจำคุกเพียง 1 ปีเศษเท่านั้น เนื่องจากได้อานิสงส์จากการอภัยโทษ ประกอบกับพ่อแม่วิ่งเต้นให้

และหลังหมออธิปพ้นโทษ ชีวิตที่เหลือก็เข้า ๆ ออกโรงพยาบาลบ่อยครั้ง เนื่องจากมีโรคติดตัวตอนอยู่ในคุก

ทั้งนี้ ในหนังสือ “หมอฆ่าเมีย เบื้องหลังคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ” ได้ระบุไว้ว่า….จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต หมออธิปนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล และได้เอ่ยปากก่อนตายเรื่องนวลฉวีว่า.. 

“นวลฉวี พี่ขอโทษ พี่เป็นคนฆ่าเธอเองแหละ..” พูดจบหมออธิปก็สิ้นลมไปอย่างสงบ

แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนาน 50 กว่าปีแล้ว แต่คดีฆาตกรรมอันลือลั่นนี้ ยังคงถูกพูดถึงต่อกันเรื่อยมา ทุกครั้งที่เกิดคดีอาชญากรรมที่แพทย์ลงมือฆ่าภรรยาของตัวเอง 

ขณะเดียวกัน คดีนวลฉวี ก็ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ออกฉายเมื่อปี 2528 และยังมีการนำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ในปี 2546

อ่านเรื่อง ฮาชิมะ เกาะร้างสุดหลอน ได้ที่นี่

สนับสนุน โดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexy gaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot  , Slot game , Joker slot , Joker slot

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *