Categories
Uncategorized

ตำนานซอว์นี่ บีน ครอบครัวกินคน

ตำนานซอว์นี่ บีน ครอบครัวกินคน

ตำนานซอว์นี่ บีน ครอบครัวกินคน

ในตอนต้นศตวรรษที่ 15 ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสก็อตแลนด์ เด็กชายชื่อ ซอว์นี่ บีน เป็นลูกของช่างไม้คนหนึ่งที่มีฐานะธรรมดา ตั้งแต่เด็กซอว์นี่ บีน ได้เรียนรู้วิชาช่างไม้มาจากพ่อ เมื่อโตเป็นหนุ่มเขาก็ได้ออกบ้านไปหางานและที่อยู่อาศัยเอง จนแต่งงานมีครอบครัว

แต่ชีวิตความเป็นอยู่ของเขาและครอบครัวก็ไม่มีความสุขเลย นั่นก็เพราะ ซอว์นี่ บีน เป็นคนขี้เกียจ โง่เขลา ไม่มีงานทำ อีกทั้งชอบหาเรื่องทะเลาะวิวาทกับผู้คนไปทั่ว แถมยังเป็นคนโมโหร้าย

เพราะเหตุนี้เองจึงทำให้ ซอว์นี่ บีน และครอบครัวอยู่คนในพื้นที่ไม่ได้ ต้องอพยพมาอยู่แถบชายฝั่งแถวกัลป์โลเวอร์ ซึ่งเป็นที่ห่างไกลชนบท

ซอว์นี่ บีน ใช้ถ้ำใหญ่ที่ตั้งอยู่ในระแวกนั้นเป็นที่พักอาศัย ถ้าถามว่าทำไมเขาถึงไม่สร้างบ้านล่ะ คำตอบคือขี้เกียจ

แถมถ้ำยังมีความพิเศษก็คือ เมื่อเวลาน้ำขึ้นน้ำก็จะปิดปากถ้ำทำให้คนภายนอกไม่สามารถเข้ามาได้ ซึ่ง ซอว์นี่ บีนและครอบครัวก็อยู่กันได้สบายๆ ถึงแม้จะมืดและอากาศชื้นก็ตาม อีกทั้งยังเป็นที่หลบซ่อนชั้นดีอีกด้วย

เมื่อหาที่อยู่อาศัยได้แล้ว เขาและครอบครัวก็ช่วยกันหางานทำเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง โดยการดักปล้นจี้นักเดินทางที่ผ่านไปมา ปล้นอาหาร ทรัพย์สินและเครื่องใช้ต่างๆ

แค่นั้นยังไม่พอยังฆ่านักเดินทาง พร้อมกับทำลายร่างและลากไปทิ้งทะเลด้วย เวลาผ่านไปนานเข้าดักปล้นของมาได้ก็เยอะ ถึงแม้แต่มีเสบียงอาหารติดตัวมา แต่ของเหล่านั้นก็ไม่ได้ทำให้ครอบครัวนี้อิ่มท้องกันเลย 

จนในที่สุดหัวหน้าครอบครัวอย่าง ซอว์นี่ บีน ก็คิดหาแหล่งอาหารใหม่ก็คือ “เนื้อคน” ที่หาง่ายแถมได้สารอาหารครบถ้วน

เมื่อคิดได้แบบนี้แล้ว ในการดักปล้นครั้งต่อไปการฆ่านักเดินทางของ ซอว์นี่ บีน นั้นไม่ใช่นำไปทิ้งทะเล แต่เขาและครอบครัวต่างก็ช่วยกันลากศพนั้นเข้าไปในถ้ำ ชำระเป็นชิ้นๆ เพื่อนำมาปรุงเป็นอาหาร บางชิ้นทาเกลือแล้วแขวนไว้กันเน่า

ส่วนโครงกระดูกจะใช้เกลือทาเพื่อดับกลิ่นแล้วซุกซ่อนเอาไว้ในถ้ำ พวกเขาทำแบบนี้ติดต่อมาเป็นเวลานานโดยที่ไม่มีใครหาตัวเจอ และเนื่องจากนักเดินทางที่เขาฆ่าก็ไม่ใช่คนในพื้นที่ อาชีพดักปล้นจี้ฆ่าคนของเขาและครอบครัวจึงไม่มีปัญหาใดๆ

จนวันหนึ่งกระดูกคนตายมีจำนวนมากขึ้นเต็มพื้นที่ถ้ำ ทำให้ซอว์นี่ บีนต้องขนกระดูกไปทิ้งทะเล แต่ถึงแม้จะนำไปทิ้งไกลขนาดไหนคนแถบชายฝั่งนั้นๆ ก็ดันเห็นกระดูกลอยติดชายหาดอยู่ดี

แน่นอนว่าเรื่องถึงหูเจ้าหน้าที่ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ต้องออกค้นและสืบหาว่ากระดูกที่ลอยมาติดชายฝั่งนี้เป็นของใคร แต่กลับไม่ได้เบาะแสหรือข้อมูลใดๆ แถมเจ้าหน้าที่หลายคนที่ออกปฏิบัติก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

คราวนี้ทางการอังกฤษเข้มงวด ออกคำสั่งให้จับผู้ต้องสงสัยนำไปทารุณเค้นหาความจริง แต่แล้วก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะชาวบ้านที่ถูกจับตัวไปเป็นคนบริสุทธิ์

และเมื่อชาวบ้านระแวกชายฝั่งเจอแบบนี้ก็เกิดความกลัว ต่างก็ย้ายบ้านหนีไปที่อื่น ทำให้แถบชายฝั่งกลับเปลี่ยวร้างและน่ากลัวเป็นทวีคูณ

ขณะเดียวกันครอบครัวของ ซอว์นี่ บีน ก็ขยายวงศ์ตระกูล มีลูกหลานเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นสังคมเล็กๆ เนื่องจากการอยู่ร่วมกันเป็นถ้ำปิด ทำให้พี่น้องในตระกูลเดียวกันสมสูกันเอง และมีลูกออกมาอีกหลายคน

แน่นอนว่าเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกันทุกคนมีภูมิปัญญาต่ำ มีจิตใจวิปริตแปรปรวนผิดปกติและบางคนพิกลพิกาล แต่ถึงแม้ครอบครัวจะใหญ่ขนาดไหน พวกเขาจะไม่กินกันเองเด็ดขาด

และพวกเด็กๆ ที่โตในถ้ำก็ใช้ชีวิตแบบนั้นและกินเนื้อคนอย่างเป็นเรื่องปกติ สำหรับพวกเขาแล้วเรื่องแบบนี้ถือว่าธรรมดามากสำหรับชีวิตพวกเขา

สิ่งที่เด็กๆ ของครอบครัว ซอว์นี่ บีน ได้เรียนรู้ในถ้ำก็คือเทคนิคในการฆ่า การชำแหละเนื้อและการถนอมอาหาร พวกเขาพูดได้เพียงภาษาอย่างพื้นฐานและเห็นคนจากโลกภายนอกเป็นเพียงเป้าหมายในการฆ่าและอาหารเท่านั้น

ในไม่ช้าพวกเด็กก็โตพอจะช่วยงานได้ การปล้นฆ่าของครอบครัวบีนเริ่มทำกันเป็นระบบ งานเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว แม้จะมีกว่า 40 ปากท้องที่ต้องเลี้ยงดู แต่ก็ไม่มีใครในครอบครัวเคยอดเลย

นับตั้งแต่ ซอว์นี่ บีน พาเมียกับลูกมาอยู่ถ้ำชายฝั่งกัลโลเวอร์เป็นเวลายาวนานถึง 25 ปี มีลูกหลานมากมาย ทุกคนอยู่รวมกันในถ้ำใหญ่และหลบซ่อนไม่ปรากฏตัวออกมาให้คนอื่นได้พบเห็น นอกจากเวลาออกล่าเหยื่อมากินเป็นอาหารถึงจะจับกลุ่มตระเวนหาผู้เคราะห์ร้ายบริเวณพื้นที่นั้น

หากมีคนเดินทางจำนวนมากและมีอาวุธครบมือ พวกบีนจะละเว้นไม่เข้าจู่โจม พวกนี้จะเลือกเป้าหมายคนเดินทางเท้าที่มากันไม่เกิน 4-5 คน และเข้าล้อมเอาไว้ก่อนลงมือฆ่าอย่างไม่ปราณีโดยไม่เปิดโอกาสให้หนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียว

การกระทำที่โหดร้ายนี้กินเวลายาวนานถึง 25 ปี  จนกระทั่งวันหนึ่ง สามีภรรยาหนุ่มสาวคู่หนึ่งขี่ม้ามาเที่ยวชายหาดกัลโลเวอร์ ขณะผ่านกลุ่มโขดหินใหญ่น้อยติดกับหน้าผา

จู่ๆก็มีกลุ่มคนจำนวนเกือบ 30 คน มีทั้งหญิงชายและเด็กๆ อีกหลายคนรวมอยู่ด้วย ทั้งหมดแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสกปรกขาดวิ่นกรูกันเข้ามารายล้อมสองสามีภรรยาท่าทีประสงค์ร้าย

ในมือแต่ละคนมีอาวุธต่างๆทั้งมีด ขวาน ดาบ สองสามีภรรยาตื่นตระหนก แต่ก็ยังคิดว่าคงเกิดความเข้าใจผิดอะไรสักอย่างเพราะไม่เคยรู้จักหรือพบเห็นคนเหล่านี้มาก่อน แต่ไม่ทันจะพูดอะไรออกมา คนแปลกหน้าเหล่านั้นวิ่งเข้ามาหาแล้วลากตัวสองสามีภรรยาลงจากหลังม้า

สามีซึ่งสะพายดาบมาด้วยซักดาบออกมากวัดแกว่งไม่ให้เข้าถึงตัว แต่ภรรยาป้องกันตัวเองไม่ได้จึงถูกจับตัวเอาไว้ หญิงสาวคนหนึ่งในกลุ่มกระชากผมของเธอจนหน้าหงาย แล้วใช้มีดคมกริบปาดคอทันที

พอเลือดพุ่มออกมาจากบาดแผล หญิงสาวคนนั้นก็ก้มลงดูดเลือดอย่างเอร็ดอร่อยประหนึ่งกำลังดื่มไวน์ชั้นดีก็ไม่ปาน แต่เท่านั้นยังไม่พอ กลุ่มคนร้ายได้ทำการชำแหละท้องและเฉือนร่างภรรยาเป็นชิ้นๆต่อหน้าผู้เป็นสามี

สามีเห็นภรรยาตายต่อหน้าก็รู้ตัวทันทีว่า ถ้าเขาถูกจับตัวเมื่อไหร่เขาคงตายเหมือนภรรยาแน่ จึงหนีไปพลาง สู้ไปพลาง โดยมีพวกผู้ชายท่าทางดุร้ายเหี้ยมเกรียมตามติดไม่ลดละ

และแล้วก็มีกลุ่มคนเดินผ่านมาทางนั้นจึงวิ่งเข้ามาช่วย พวกที่ตามล่าเห็นมีคนจำนวนมากก็พากันวิ่งหนีไป รอดอย่างหวุดหวิด

เมื่อรอดมาได้ สามีก็พาชาวบ้านที่เขามาช่วยติดตามไปยังที่เกิดเหตุ ปรากฏว่ากลุ่มคนลึกลับกลุ่มนั้นหายไปหมดแล้ว เหลือไว้แต่ศพของภรรยานอนอยู่บนหาด

ด้วยความช่วยเหลือจากชาวบ้านกลุ่มนั้นสามีก็ได้ศพภรรยากลับไปและไปแจ้งความแก่เจ้าหน้าที่พร้อมเล่ารายละเอียดที่เกิดขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองทราบเรื่องสามีภรรยาถูกทำร้ายอย่างบ้าคลั่งจนภรรยาเสียชีวิต และกลุ่มชายหญิงกลุ่มนั้นส่อแววว่ามีนิสัยชอบกินเนื้อศพ จึงนำความขึ้นกราบทูลพระเจ้าเจมส์ที่ 1

พระเจ้าเจมส์ที่ 1 มีรับสั่งให้เจ้าหน้าที่ซึ่งมีหน้าที่ดูแลพื้นที่ฝั่งกัลป์โลเวอร์มาเข้าเฝ้าฯ ทรงซักถามรายละเอียดความเป็นไปของพื้นที่ดังกล่าว ได้ความว่า คนพื้นบ้านและคนเดินทางที่ผ่านไปผ่านมาในบริเวณนั้นมักจะหายสาบสูญไปอย่างไร่ร่องรอยเป็นประจำ แต่ไม่สามารถสืบหาสาเหตุได้

จน 4 วันต่อมา พระเจ้าเจมส์ที่ 1 มีคำสั่งให้จัดทหารกว่า 400 คน ออกไปค้นหากลุ่มคนลึกลับกลุ่มนั้น โดยเสด็จคุมกองทหารด้วยตัวพระองค์เอง โดยมีสามีที่สูญเสียภรรยาเป็นผู้นำทาง

พระเจ้าเจมส์และกองทหารไปถึงบริเวณกัลโลเวอร์ซึ่งเป็นสถานที่เปลี่ยว ทรงรับสั่งให้เหล่าทหารกระจายค้นหาแหล่งซุกซ่อนของกลุ่มคนดังกล่าวอย่างละเอียด ทหารมีสุนัขล่าเนื้อพันธุ์บลัดฮาวด์มาด้วยเพื่อช่วยค้นหาแหล่งซุกซ่อนกลุ่มคนเหล่านั้น 

สุนัขไต่ขึ้นไปบนโขดหินสลับซับซ้อนที่แผ่ขยายไปตลอดหน้าผาชายฝั่ง ในที่สุดมันก็ส่งเสียงเห่าไม่หยุดแสดงว่าได้เห็นคนแปลกหน้า

พวกทหารจึงป่ายปีนไปตามเสียงเห่าและก็พบว่ามีถ้ำขนาดใหญ่อำพรางอยู่ในซอกหลืบของโขดหิน เมื่อทหารบุกเข้าถ้ำเห็นกระดูกแขนขา ซี่โครงและหัวกะโหลกคนสุมอยู่เป็นกองพะเนินพร้อมเสื้อผ้าสิ่งของเครื่องใช้ อีกทั้งเนื้อคนดองเกลือตากแห้งแขวนอยู่ข้างบน

และภายในถ้ำนั้นเองก็ปรากฏกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งมีทั้งชายหญิงและเด็กที่ท่าทางโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัว

ชายสูงอายุหนวดเครารุงรังที่อยู่หน้ากลุ่มก็คือ ซอว์นี่ บีน จากกองกระดูกมนุษย์ที่มากมาย เป็นหลักฐานแสดงว่า ซอว์นี่ บีน และครอบครัวได้ล่ามนุษย์เอามากินเนื้อมานานมาก จนไม่สามารถประมาณว่ามีคนตกเป็นเหยื่อของครอบครัวนี้กี่ราย

พระเจ้าเจมส์ที่ 1 ทรงมีคำสั่งให้จับกุมครอบครัวนี้ให้หมดทุกคนเพื่อไปพิจารณาโทษและให้ทหารฝังกองกระดูกและส่วนต่างๆ ของมนุษย์เสีย

ครอบครัวตระกูลบีนถูกนำตัวมากักขังไว้ที่ลิธ หลังจากสอบสวนแล้ว ซอว์นี่ บีนและลูกหลานๆสารภาพว่าได้ล่าและกินคนมาเป็นระยะเวลายาวนานถึง 25 ปีติดต่อกัน 

เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพพร้อมหลักฐานเป็นกระดูกมนุษย์ จึงไม่จำเป็นต้องนำตัวทุกคนมาพิจารณาความผิดในศาลอีกต่อไป จนมีคำสั่งให้พิพากษาโทษประหารชีวิตซอว์นี่ บีน และครอบครัว โดยให้พวกผู้ชายต้องถูกหั่นร่างเป็นท่อนๆ ส่วนลูกสาวและเด็กต้องถูกเผาทั้งเป็น

ในวันประหารชีวิตครอบครัวตระกูลบีน มีประชาชนสก็อตแลนด์และชาวอังกฤษมามุงดูกันแน่น ซอว์นี่ บีนและบันดาลูกๆทุกคนไม่มีใครสำนึกผิดแม้แต่น้อย

ระหว่างถูกนำตัวไปที่ประหาร พวกบีนตะโกนด่าคนดูวาระสุดท้ายด้วยถ้อยคำที่หยาบคายพร้อมสาปแช่งให้ลงนรกทุกคนตราบหมดลมหายใจ เป็นอันสิ้นสุดคนกินคนแห่งสก็อตแลนด์..

อ่านเรื่อง คดีฆาตกรรมครอบครัวกอนซาเลซ ได้ที่นี่

สนับสนุน โดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexy gaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot  , Slot game , Joker slot , Joker slot

Categories
Uncategorized

คดีฆาตกรรมครอบครัวกอนซาเลซ

คดีฆาตกรรมครอบครัวกอนซาเลซ

คดีฆาตกรรมครอบครัวกอนซาเลซ สมาชิกของครอบครัวกอนซาเลซ ถูกพบว่า เป็นศพอยู่ภายในบ้านโดยลูกชายคนโตวัย 21 ปี เป็นคนโทรแจ้งตำรวจ

แต่จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุและพยานแวดล้อม รวมไปถึงการสอบปากคำของเซฟลูกชายของบ้านนี้ ทำให้พบพิรุธหลายอย่าง จนนำไปสู่การจับกุม พร้อมกับเปิดเผยเรื่องราวที่น่าตกใจ เมื่อลูกชายกลับกลายเป็นคนร้ายสังหารพ่อแม่และน้องสาวของตัวเอง…

เดิมทีครอบครัวนี้ เป็นชาวฟิลิปปินส์ทำธุรกิจโรงแรมขนาด 40 ห้องพักที่ประเทศฟิลิปปินส์ แต่ต่อมา เมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวเมื่อปี 1990 เท็ดดี้และ แมรี่ ก็ได้อพยพครอบครัวไปอยู่ที่ประเทศออสเตรเลียพร้อมลูก ๆ ทั้งสองคน เซฟ และโคลดีน

เท็ดดี้ ได้เริ่มต้นประกอบอาชีพทนายความเกี่ยวกับคนเข้าเมือง และเปิดสำนักทนายความเป็นของตัวเอง จนมีฐานะครอบครัวกอนซาเลซเ ป็นครอบครัวที่อบอุ่นมีความใกล้ชิดกัน และค่อนข้างจะเคร่งศาสนา และตั้งความหวังเกี่ยวกับอนาคตของลูก ๆ ไว้สูง

เด็ก ๆ จึงถูกเลี้ยงดูมาอย่างเข้มงวด เท็ดและแมรี่คาดหวังว่า เซฟจะต้องเรียนเก่ง แต่ความเป็นจริงแล้ว เค้าไม่ได้เป็นเด็กที่เรียนดีเลย ทางด้านโคลดีนน้องสาวของเซฟ ก็ถูกส่งไปเรียนที่เมลเบิร์น เพราะแม่ไม่ชอบแฟนหนุ่มของเธอจึงจับทั้งคู่แยกจากกัน

คดีฆาตกรรมครอบครัวกอนซาเลซ

เซฟมักจะชอบโกหก เพื่อให้คนอื่นเกิดความประทับใจ หลายคนกล่าวว่าเซฟมักจะหลงตัวเอง เรื่องที่โกหก ก็เช่นบอกว่า เค้ากำลังจะทำธุรกิจ และโกหกเป็นจริงเป็นจัง จนมีหลายคนเชื่อ

นอกจากนี้ ยังบอกกับเพื่อน ๆ ว่าตัวเองเป็นมะเร็งอีกด้วย เซฟมักจะปกปิด และปลอมแปลงผลการเรียน แต่ต่อมา เมื่อพ่อกับแม่รู้ ก็ได้ขู่ว่าจะยึดรถไว้ไม่ให้ใช้

ขณะเดียวกัน เซฟก็มีปากเสียงกับผู้เป็นแม่ เพราะไม่ชอบแฟนสาวของลูกชาย เซฟมีความคิดที่จะฮุบทรัพย์สินทุกอย่างของครอบครัว และนี่เอง มันก็เป็นแรงจูงใจ ที่ทำให้เค้าลงมือสังหารพ่อแม่และน้องสาวของตัวเอง

เหยื่อรายแรก… โคลดีน น้องสาววัย 18 ปีในวันที่ 10 กรกฎาคม ปี 2001 เวลาประมาณ 16.30 น. เซฟ กอนซาเลซ ได้เข้าไปในห้องนอนของโคลดีนน้องสาว ซึ่งกำลังอ่านหนังสืออยู่ โดยมาพร้อมกับไม้เบสบอลและมีดที่เอามาจากในครัว 2 เล่ม

เซฟลงมือบีบคอน้องสาว แล้วใช้ไม้เบสบอลกระหน่ำตีเข้าที่ศีรษะ 5-6 ครั้งแล้วใช้มีดจ้วงแทงเข้าตามร่างกายอีกหลายแห่ง โดยเธอถูกแทงเข้าที่คอจำนวน 5 ครั้ง และบาดแผลถูกแทง 2 ครั้งที่หน้าอกและหน้าท้อง

รอยเลือดและชิ้นส่วนสมอง กระจายติดตามผนังและพื้นห้องเต็มไปหมด สาเหตุของการตายของโคลดีนคือ การถูกบีบรัดที่ลำคอ การบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรงจากการถูกกระแทก และ บาดแผลถูกแทงเข้าที่ท้อง

เหยื่อรายที่สอง… แมรี่ ผู้เป็นแม่วัย 43 ปีแมรี่กลับมาถึงบ้านในเวลาประมาณ 17.30 น. และทันทีที่เข้าบ้านเซฟก็จู่โจมเธอด้วยมีดทำครัวภายในห้องนั่งเล่น เซฟแทงเธอหลายครั้งที่ใบหน้า ลำคอ หน้าอก และหน้าท้อง โดยหลอดลมถูกตัดขาดจนทำให้เสียชีวิต

เหยื่อรายที่สาม… เท็ดดี้ ผู้เป็นพ่อวัย 46 ปีเท็ดดี้มาถึงบ้านประมาณ 18.00 น. หลังจากที่เข้ามาภายในบ้านไม่นาน เซฟก็เข้าจู่โจมเค้าด้วยมีด โดยแทงตามร่างกายหลายแห่ง รวมไปถึง บาดแผลถูกแทงทะลุปอดข้างขวาและหัวใจ

คดีฆาตกรรมครอบครัวกอนซาเลซ

หลังจากที่ลงมือฆ่าสมาชิกในครอบครัวครบทุกคนแล้ว เซฟก็เอามีดและไม้เบสบอล ที่ใช้เป็นอาวุธในการสังหาร รวมไปถึงเสื้อผ้าและรองเท้าเปื้อนเลือดที่สวมใส่ขณะลงมือไปทำลาย

นอกจากนี้ เค้ายังได้พ่นคำว่า #Fuck_off_Asians_KKK# บนผนังของบ้าน เพื่อเบี่ยงประเด็น ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคิดว่า คนที่ลงมือเป็นพวกเหยียดเชื้อชาติ

จากนั้น เซฟ กอนซาเลส ก็ขับรถไปที่บ้านเพื่อนเวลาประมาณ 2 ทุ่ม แล้วชวนแซม (เพื่อนซึ่งไม่ได้รู้เลยว่าเซฟเพิ่งจะสังหารคนในครอบครัวมาหยก ๆ มาทำทีชวนไปเที่ยวเพื่อ ให้เป็นพยานว่าอยู่ด้วยกัน) ไปที่ Planet Hollywood แล้วก็ไปเล่นเกมส์ที่ร้านเกมส์แถวนั้น

หลังจากไปส่งเพื่อนเสร็จ เซฟก็กลับมาที่บ้าน แล้วโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าทุกคนในบ้านถูกฆ่าตาย และเค้าเองก็ได้ต่อสู้กับคนร้ายด้วย

เซฟ กอนซาเลส ได้เรียกความเห็นอกเห็นใจจากทุกคนหลังจากที่เขาร้องเพลง One Sweet Day ที่งานศพของพ่อแม่และน้อง หลังจากนั้นเค้าก็ไปออกรายการโทรทัศน์เพื่อขอให้ฆาตกรออกมามอบตัว

โดยกล่าวว่า เค้าต้องการความยุติธรรมให้กับครอบครัว และเสนอรางวัล 100,000 ดอลลาร์สำหรับเบาะแสที่นำไปสู่การจับกุม

อย่างไรก็ตาม ตำรวจที่สอบสวนคดีนี้เริ่มเชื่อว่า เซฟนี่แหละเป็นคนร้ายเพราะจับพิรุธได้ว่าเค้าโกหกหลายเรื่อง

ครั้งแรกในเดือนธันวาคม ตำรวจสามารถจับโกหกของเค้าได้ เมื่อได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า เห็นรถของเซฟวิ่งบนถนนในช่วงเวลาที่เค้าอ้างว่าต่อสู้กับคนร้าย

ครั้งที่สอง เซฟอ้างว่า ไปเที่ยวที่ซ่องในช่วงที่เกิดเหตุ แต่ต่อมา หญิงบริการที่เค้าจ้างให้มาเป็นพยานยืนยันว่าเซฟซื้อบริการของเธอก็รับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นอกจากนี้ยังพบว่า เซฟเองยังสร้างอีเมลล์ปลอมส่งไปที่บริษัทของเท็ดดี้ผู้เป็นพ่อ เกี่ยวกับการข่มขู่และลักพาตัว

และเซฟยังได้วางเงินมัดจำในการซื้อรถเลกซัสเป็นเงิน 173,000 $ พร้อมกับบอกโชว์รูมว่า เดี๋ยวเค้าจะเอารถของพ่อกับแม่ไปขาย แล้วก็จะเอาเครื่องประดับของแม่ไปจำนำเพื่อนำเงินมาจ่ายส่วนที่เหลือ

ในวันที่ 13 มิถุนายน ปี 2002 หลังจากมีการพบว่าเค้าโกหก 2 ครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ทำการจับกุมเซฟ กอนซาเลส พร้อมทั้งตั้งข้อหาฆาตกรรมสามข้อหาโดยควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำในซิลเวอร์วอเตอร์

เค้าถูกห้ามไม่ให้เข้าไปในบ้านของครอบครัว เพื่อพิทักษ์มรดกเอาไว้ก่อน การพิจารณาคดีเกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม ปี 2002

นอกเหนือจากแรงจูงใจดังกล่าวข้างต้น ก็ได้มีการเปิดเผยว่า เซฟ กอนซาเลซ ได้วางแผนการฆาตกรรมเป็นเวลาหลายเดือนก่อนที่จะลงมือ

โดยในตอนแรก เค้าตั้งใจจะวางยาพิษทุกคน ด้วยพืชมีพิษที่ค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต การไต่สวนยังพบว่า เค้าโกหกเพื่อน ครอบครัว และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำคดีฆาตกรรมของครอบครัวกอนซาเลซเอาไว้หลายเรื่อง

การตัดสินของศาล ในวันที่ 20 พฤษภาคม ปี 2004 คณะลูกขุนพบว่า เซฟ กอนซาเลส มีความผิดจริงในข้อหาฆาตกรรม และถูกตัดสินให้รับโทษจำคุกตลอดชีวิต โดยเค้าเป็นนักโทษที่อายุน้อยที่สุดที่ถูกตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต

คดีดังกล่าว นับได้ว่า เป็นคดีฆาตกรรมที่โด่งดังที่สุดของประเทศออสเตรเลียคดีหนึ่งเลยทีเดียว

คดีฆาตกรรมครอบครัวกอนซาเลซ

อ่านเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ : dark-storys.com

สนับสนุน โดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexy gaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot  , Slot game , Joker slot , Joker slot

Categories
Uncategorized

Hello world!

Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start writing!