Categories
Uncategorized

สะพานสุนัขกระโดดฆ่าตัวตาย

สะพานอาถรรพ์ สะพานสุนัขกระโดดฆ่าตัวตาย

สะพานอาถรรพ์ สะพานสุนัขกระโดดฆ่าตัวตาย

  สะพานเก่าโบราณ ตั้งอยู่ที่ ประเทศสกอตแลนด์ เป็นสะพานที่มีสุนัขมากกว่า 600 ตัว มากระโดดฆ่าตัวตาย จนสถานที่แห่งนี้ได้ถูกขนานนามว่าเป็นสุสานสุนัข ซึ่งคนในพื้นที่นั้น เชื่อกันว่า เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น เป็นผลมาจากความเฮี้ยนของวิญญาณ

เรื่องราวเหล่านี้ เป็นข้อมูล ที่มาจากเว็บไซต์ มิเรอร์ของประเทศอังกฤษ ที่มีการเผยแพร่ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2558

โดยทางเว็บไซต์ได้มีการเปิดเผยข้อมูลว่า เหตุการณ์อันน่าสลดใจที่เกิดขึ้นนั้น คือเป็นเรื่องประหลาดมีสุนัขจำนวนมากกว่า 600 ตัว พากันมา กระโดด ฆ่าตัวตาย ที่สะพานความสูง 15 เมตร

ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ยังไม่มีใครทราบสาเหตุที่แน่ชัด ซึ่งการกระโดดฆ่าตัวตายนั้น ทำให้สุนัขตายไปแล้ว อย่างน้อย 50 ตัว

ส่วนตัวที่ไม่ตาย ก็จะกลับมา กระโดดซ้ำๆที่เดิม เบื้องล่างจึงกลายเป็นสุสานสุนัข

ซึ่งเป็นที่น่าแปลกว่า สุนัขเหล่านั้น จะกระโดดลงมาตรงจุด ๆ เดียวกัน และ เป็นสุนัขพันธุ์ ที่มีจมูกยาวทั้งสิ้น

ล่าสุดตอนนี้ มีป้ายเตือนเจ้าของสุนัข ให้ระวังอันตราย จากสะพานแห่งนี้แล้ว

สะพานแห่งนี้มีชื่อว่า โอเวอร์โทน (Overtoun Bridge) อยู่ที่เมืองเวสต์ดันบาร์ตันเชอร์ สหราชอาณาจักร เป็นสะพานเก่าแก่กว่าศตวรรษ

ซึ่งอยู่ติดกับปราสาทสไตล์โกธิค ชื่อ โอเวอร์โทน เฮ้าส์

โดยสถานที่แห่งนี้ ก่อนที่จะมีเหตุการณ์ดังกล่าว ก็ขึ้นชื่อเรื่องความเฮี้ยนอยู่ก่อนแล้ว

เพราะผู้คนในแถบนี้เชื่อว่า Overtoun House ปราสาทที่อยู่ข้าง ๆ สะพานนั้น มีวิญญาณของ Lady Overtoun นายหญิงเจ้าของปราสาทแห่งนี้ ที่เสียชีวิตไป แล้วราว ๆ 100 กว่าปี

ชายคนหนึ่งชื่อว่า เควิน มอย ได้โยนลูกชายของตัวเอง ตกลงไปตาย จากนั้น กระโดดฆ่าตัวตายตามลงไป ตรงที่เดียวกันนั้น

แต่เหตุการณ์ประหลาดนี้กลับเกิดขึ้นมา เมื่อราวๆปี 2005 ที่มีสุนัขราว ๆ 5 ตัวกระโดดลงไปจนเสียชีวิต

เพราะสะพานนี้ มีความสูงถึง 15 เมตรด้วยกัน

และในระยะเวลาไล่เลี่ยกันนั้น ก็มีสุนัขอีกกว่า 600 ตัว พากันมากระโดดลงจากสะพานนี้ แต่เสียชีวิตจริงๆไปประมาณ 50 ตัว

ผู้คนจึงพาเชื่อกันว่า นี่เป็นอาถรรพ์ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้สุนัขเป็นจำนวนมากตกลงมาตายที่สะพานแห่งนี้

พอล โอนเนอร์ อาจารย์สอนวิชาปรัชญาและภูมิศาสตร์ เผยว่า เมื่อ 2 ปีก่อน เขาได้ไปยืนที่สะพานแห่งนี้

ตอนนั้น เขารู้สึก เหมือนมีอะไรบางอย่างคล้ายกับนิ้ว มาจิ้มที่หลังเขา เหมือนตั้งใจ จะผลักเขาลงไป เช่นเดียวกับสุนัข 

ด้าน ดร.เดวิด แซนด์ส์ นักศึกษาพฤติกรรมสัตว์ ได้พยายามหาสาเหตุเพื่ออธิบายปรากฏการณ์นี้เพิ่มเติม

แต่หากเมื่อเขาลองไปพิสูจน์ ที่สะพานแห่งนี้ เขากลับรู้สึกแปลก และได้กลิ่นประหลาด จากทางด้านล่างของสะพาน ซึ่งเขาได้สงสัยว่า น่าจะเป็นเช่นเดียวกันกับเหล่าสุนัข

โดยปกติแล้ว สุนัข เป็นสิ่งมีชีวิต ที่มีประสาทสัมผัส ด้านการรับกลิ่นที่ไวมาก การรับรู้กว่า 75% ของมัน มาจากการดมกลิ่น

โดยผู้เชี่ยวชาญบางท่าน ได้สันนิษฐานเบื้องต้นว่า จากการที่ราวสะพาน สามารถบดบังทัศนวิสัยเบื้องล่างของสะพาน จากน้องหมาได้ทั้งหมด

ทำให้พอสรุปได้ว่า น่าจะมีกลิ่น หรือเสียงของอะไรบางอย่าง ที่ดึงดูดน้องหมา ให้กระโดดลงไปข้างล่าง

หลังจากนั้น หนึ่งในทีมของเขา จึงได้เดินทางลงไปสำรวจ และพบว่า มันเป็นรังขนาดใหญ่ ของทั้งกระรอก หนู และตัวมิ้งค์

จึงสันนิษฐานในเบื้องต้นว่า กลิ่งฉุนและเสียง ของพวกมันนี่เอง ที่หลอก ล่อเน้องหมาให้กระโดดลงไป อย่างไม่ทราบสาเหตุ

อย่างไรก็ดียังไม่มีการยืนยันสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ลึกลับนี้ได้อย่างแน่ชัด

อ่านเรื่อง เกาะขามน้อย เกาะผีสิง จังหวัดชลบุรี ได้ที่นี่

สนับสนุน โดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexy gaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot  , Slot game , Joker slot , Joker slot

Categories
Uncategorized

เกาะผีสิงจังหวัดชลบุรี

เกาะขามน้อย เกาะผีสิงจังหวัดชลบุรี

เกาะขามน้อย เกาะผีสิงจังหวัดชลบุรี

 เกาะขามน้อย ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับเกาะสีชัง ในจังหวัดชลบุรี เกาะแห่งนี้เป็นเพียงเกาะเล็กๆ ละรกร้าง ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่

ซึ่งหลายๆ ท่านอาจสงสัยว่า ทำไมไม่ทำสถานที่แห่งนี้ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว หรือทำไม ไม่มีตึกราบ้านช่องเลย ทั้งที่แหล่งธรรมชาติ ก็ดีสมบรูณ์ขนาดนี้

ก็ได้คำตอบ จากการหาข้อมูลว่า สถานที่แห่งนี้ เคยเป็นสถานที่ฝังศพ ของทหารอเมริกัน ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นี้เอง

ในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 ทหารอเมริกาได้บุกเข้ามา แล้วทำการหาทำเล ในการตั้งถิ่นฐาน จนมาเจอเกาะขามแห่งนี้ จึงเลือกตั้งถิ่นถานที่นี่ เพราะที่เกาะแห่งนี้มีทำเลที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องการจอดเรือ และ มีธรรมชาติค่อนข้างสมบรูณ์

แต่แล้ว ก็ได้เกิดโรคระบายขึ้น นั้นก็คือโรคไข้ป่า เลยทำให้ ทหารอเมริการตอนนั้น ติดโรค และเสียชีวิตกันเป็นจำนวนมาก

และ เมื่อมีคนเสียชีวิต ทางทหารอเมริกา ก็ได้เลือก ที่จะฝังศพ ไว้บนเกาะขามแห่งนี้

และย้อนกลับไปใน 10 – 20 ปี ก็ได้มีการนำศพของผู้เสียชีวิต ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง น้ำมาฝั่งที่เกาะนี้ด้วย

รวมไปถึงศพตามคดีต่าง ๆ ก็ได้นำมาไว้ที่เกาะผีสิง แห่งนี้อีกด้วยเช่นกัน

ต่อมา ก็ได้มีชาวบ้านแถวนั้น ที่ขับเรือผ่านไปมา ก็ได้เห็นว่ามีคนเล่นน้ำ อยู่ในเกาะขามน้อย หรือเกาะผีสิง แถมยังมีผู้หญิงโบกมือ เรียกให้เข้าไปในเกาะ

และที่น่ากลัว คือ ท่เกาะแห่งนี้เคยมีโลงศพลอยน้ำมาชนเรือ ของคนที่กำลังขับเรือผ่านไปมาอีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ ทำให้ใครหลาย ๆ คน ไม่กล้าเข้ามาใกล้เกาะผีสิงแห่งนี้อีกเลย

 เคยมีดารานายแบบคนนึง ต้องการมาถ่ายแบบ ใกล้ ๆ บริเวณนี้ แต่เกิดเหตุ ทำให้ถ่ายไม่ได้ เลยจำเป็นต่อเปลี่ยนสถานที่

จนในที่สุด เขาได้มาสะดุดสายตาที่เกาะขามน้อย หรือเกาะผีสิงนี้ เลยอยากให้คนขับเรือ ช่วยไปส่งที่เกาะนั้นหน่อย

ชาวบ้านก็ได้ตอบปฎิเสธไป และแนะนำให้ไปหาที่อื่นดีกว่า แต่นายแบบคนนี้ก็ยังอยากไป เลยเพิ่มค่าจ้างให้อีก คนขับตอบตกลง แต่มีเงื่อนไขว่าต้องกลับก่อน 6 โมงเย็นเท่านั้น

ทางดารานายแบบ ก็ได้เดินทาง ไปถ่ายแบบกันที่เกาะนั้น โดยไม่มีใครทราบ ถึงเรื่องราว ของเกาะผีสิงแห่งนี้ จากนั้นก็ได้ทำการถ่ายแบบกันไปโดยปกติ

จนถึงช่วงเย็น ก็ได้ย้ายไปถ่ายกันต่อ ในบริเวณหลังหาด และได้ไปเตะตาเห็นปะการัง อยากเอากลับบ้านไปด้วย ดาราคนนั้น ก็ได้แอบไปเก็บเอาปะการังนั้นกลับมา

และแล้วอยู่ ๆ คนขับเรือ ก็ได้ไปเร่งให้ดารานายแบบดังกล่าว รีบกลับขึ้นเรือทันที ทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาที่กำหนดไว้ ซึ่งนายแบบก็ตกลงกลับ เพราะได้ถ่ายรูปไปเยอะแล้ว

แต่ระหว่างที่ขึ้นเรืออยู่นั้น อยู่ ๆ ทีมงานคนหนึ่ง ก็ตกเรือ แล้วโดนใบพัดเรือบาด เป็นแผลฉกรรจ์ จึงรีบพากันไปโรงพยาบาล

สอบถามก็ได้ทราบว่า เขารู้สึกเหมือนมีคนผลัก เลยทำให้ตกเรือ ทั้งที่ไม่ได้ใครผลัก

หลังจากที่จะแยกย้ายกัน คนขับเรือก็ได้หันกลับมาถามดารานายแบบคนนั้นว่า ได้หยิบอะไรที่เกาะนั้นมาหรือเปล่า

ดาราคนนั้นก็ตกใจ ถามกลับว่าที่นั้นมีอะไรหรือเปล่า คนขับเรือก็ได้เล่าประวัตืเกาะผีสิงนี้ให้ฟัง และตอนที่เขาเร่งให้รีบกลับนั้น ก็เพราะว่า เขาเห็นมีผู้หญิงคนหนึ่ง กวักมือเรียกให้เข้าไปหา เลยต้องเร่งให้กลับ

สุดท้ายดารานายแบบ ก็ได้ยอมรับ และฝากปะการังนั้น นำไปคืนให้ด้วย ยังไม่จบยังมีเรื่องแปลก ๆ อีกอย่างคือ ไฟล์รูปที่ได้ไปถ่ายแบบมาทั้งหมด ก็ได้หายไปอีกด้วย…

อ่านเรื่อง ปริศนาฆาตกร Jack the Ripper ได้ที่นี่

สนับสนุน โดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexy gaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot  , Slot game , Joker slot , Joker slot

Categories
Uncategorized

ปริศนาฆาตกร Jack the Ripper

ปริศนาฆาตกร Jack the Ripper

ปริศนาฆาตกร Jack the Ripper

เมื่อช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ในขณะที่ลอนดอน กำลังเติบโตอย่างมาก จนกลายเป็น เมืองสำคัญระดับโลก

บริเวณชุมชนย่าน White Chapel ฝั่งตะวันออก ของกรุงลอนดอน กลับเหมือนจุดบอด ภายในย่านนี้ มีประชากร อาศัยอยู่แออัดยัดเยียด ถนนเต็มไปด้วยขยะสกปรก

วิธีเดียว ที่จะหาเลี้ยงชีพได้ คือ การเป็นอาชญากร และส่วนทางเลือก สำหรับผู้หญิงจำนวนมาก คือการค้าประเวณี

แตทว่าในปี 1888 หรือประมาณ พ.ศ. 2431 ภายในย่านนี้ ได้เกิดความหวาดผวาขึ้น ผู้คนไม่กล้าเดินตามถนน

เพราะภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน มีหญิงจำนวน 5 ราย ถูกสังหาร อย่างโหดเหี้ยมสยดสยอง โดยผู้ชาย ที่รู้จักกันในนามว่า แจ็ค เดอะริปเปอร์

ความหวาดกลัวนี้ ได้เริ่มต้นขึ้น ในวันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2431

เพราะมีการพบศพของแมรี่ แอน นิโคลส์ หญิงขายบริการอายุ 42 ปี ที่ Bucks Row

ใบหน้าของเธอมีรอยช้ำ และลำคอของเธอถูกเฉือน 2 ครั้ง จนเกือบจะถูกตัดขาด ท้องของเธอ ถูกแทงจนเปิดออก และ มีรอยถูกเฉือนหลายครั้ง

ซึ่งต่อมา เธอได้รับการพิจารณาว่า เป็นเหยื่อรายแรก ของแจ็ค เดอะริปเปอร์

และในวันที่ 8 กันยายน ได้มัการพบเหยื่อรายที่ 2 ชื่อของเธอคือ แอนนี แชปแมน หญิงขายบริการวัย 47 ปี

ร่างของเธอ ถูกพบในทางเดินที่อยู่ด้านหลังถนน 29 Hanbury ทรัพย์สินของเธอวางอยู่ข้าง ๆ

หัวของเธอเกือบจะขาด ท้องของเธอฉีกขาดเปิดออกจากกัน

ส่วนของผิวหนังตั้งแต่ส่วนท้อง วางอยู่บนไหล่ซ้าย ส่วนพวกลำไส้ วางอยู่บนไหล่ขวา ส่วนอวัยวะเพศ และกระเพาะปัสสาวะ ถูกตัดหายไป

ต่อมา ในวันที่ 28 กันยายน สำนักข่าวกลาง Central News Agency ได้รับจดหมายฉบับหนึ่ง ซึ่งลงชื่อจาก แจ็ค เดอะริปเปอร์ ขู่ว่าจะทำการฆาตกรรมอีก

ชื่อนี้ ได้กลายเป็นที่คุ้นหูของสาธารณชน ภายหลังจากมีการนำเสนอข่าวในหนังสือพิมพ์ครั้งแรก และหลังจากนั้นก็ถูกใช้มาตลอด

และในวันที่ 30 กันยายน ความน่ากลัวเกิดขึ้นอีกครั้ง.. เมื่อแจ็ค เดอะริปเปอร์ ดำเนินการฆาตกรรม 2 ครั้ง ภายในเวลาห่างกันไม่กี่นาที 

เอลิซาเบธ หญิงขายบริการผู้เคราะห์ร้าย ถูกพบครั้งแรกตอนเวลาประมาณ 01.00 น. บริเวณหลังถนน 40 Berner

ตอนที่พบศพของเธอ เลือดยังคงไหลออกมาจากลำคอของเธอ และดูเหมือนว่า เดอะริปเปอร์ จะถูกขัดจังหวะระหว่างดำเนินการครั้งนี้  

จากนั้นในเวลา 01.45 น. ร่างของ แคเธอรีน เอ็ดดาวส์ หญิงอายุ 43 ปี ถูกพบในตรอกที่อยู่ไม่ไกลกัน

ร่างกายของเธอถูกฉีกขาด คอถูกเฉือน เปลือกตาทั้งสองข้างถูกตัด จมูกและหูข้างขวาถูกตัดทิ้ง มดลูกและไตซ้ายถูกถอดออก ส่วนอวัยวะภายในถูกดึงขึ้นมากองที่ไหล่ขวา

และในวันที่ 9 พฤศจิกายน เดอะริปเปอร์ออกอาละวาดอีก เหยื่อคือ แมรี เจียเน็ตต์ เคลลี อายุ 25 ปี ซึ่งนับได้ว่า เธอเป็นเหยื่อที่อายุน้อยที่สุด

ศพของเธอถูกพบในห้องที่ Millers Court บนถนน Dorset ร่างของเธออยู่บนเตียง ถูกถลกหนังและคว้านท้อง คอถูกตัด จมูกและหน้าอกของถูกตัดทิ้งบนโต๊ะ

อวัยวะภายในของเธอถูกถอดออกไปพาดไว้บนกรอบรูปภาพ หัวใจถูกควักออกมาไว้บนโต๊ะ

 ความตื่นตระหนกและเสียงโวยวายของประชาชน ที่เกิดจากการฆาตกรรมครั้งนี้ นำไปสู่การลาออกของ เซอร์ชาร์ลส์ วอร์เรน หัวหน้าตำรวจในขณะนั้น

และแมรี่ ก็ถือเป็นเหยื่อรายสุดท้ายของเดอะริปเปอร์ ความหวาดกลัวได้สิ้นสุดลงหลังจากนั้น..

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถจับตัว แจ็ค เดอะริปเปอร์ ได้ และยังคงเป็นปริศนามาจนถึงทุกวันนี้

และในคดีนี้ได้มีผูู้ต้องสงสัยจำนวน 5 คน คือ วิลเลียม เฮนรี บิวรี, มองตากูว์ จอห์น ดรูอิตต์, เจมส์ เมย์บริก, วอลเตอร์ ริชาร์ด ซิคเกิร์ต, ฟรานซิส ทัมเบิลตี

อ่านเรื่อง เปิดตำนาน สุสานโสเภณี ได้ที่นี่

สนับสนุน โดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexy gaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot  , Slot game , Joker slot , Joker slot

Categories
Uncategorized

เปิดตำนาน สุสานโสเภณี

เปิดตำนาน สุสานโสเภณี

เปิดตำนาน สุสานโสเภณี

สุสานโสเภณี นับบได้ว่า เป้นสถานที่สุดหลอน และสุดสยองขวัญในจังหวัดกาญจนบุรี

ว่ากันว่า สถานที่แห่งนี้ มีความน่ากลัว ชวนขนหัวลุก ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งคนในจังหวัดกาญจนบุรี ก็เป็นที่รู้จักกับแทบทุกคน

วันนี้ เราจะพาทุกท่าน มารู้จักตำนานความน่ากลัว ของสุสานโสเภณี แห่งจังหวัดกาญจนบุรีกันค่ะ

สุสานโสเภณี เชื่อกันว่า เป็นสถานที่มีความน่ากลัว ชวนขนหัวลุกที่สุดในประเทศไทย

สุสานโสเภณี สถานบันเทิงเก่าแก่ รกร้าง ของจังหวัดกาญจนบุรี ที่ปิดตัวไป อยู่ในตำบลท่าล้อ ซอย 9 อำเภอท่าม่วง

เป็นสถานที่บริการทางเพศของให้ผู้ชายเข้ามาใช้บริการ แต่ใช่ว่า ผู้หญิงเหล่านั้น ทุกคนนั้นจะเต็มใจขายบริการ ซึ่งหลาย ๆ ชีวิต ล้วนถูกหลอกล่อลวงให้มาทำงาน ณ ที่แห่งนี้

ชาวบ้านในพื้นที่ ได้เล่ากันว่า สถานที่แห่งนี้ ไม่เป็นเพียงแค่สถานที่บริการ สำหรับผู้ชายธรรมดาเพียงเท่านั้น

แต่สถานที่แห่งนี้ ยังมีทั้งเจ้าของธุรกิจ ข้าราชการ ตลอดจนถึงกรรมกร หรือสามล้อ ที่ต้องการปลดปล่อย อารมณ์ทางเพศ เข้ามาใช้บริการในสถานที่แห่งนี้อีกด้วย

และเมื่อมีแขกเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หญิงสาวเหล่านั้น จึงแทบไม่มีวันที่จะได้พักผ่อนเลย แม้แต่วันเดียว

และหากหญิงสาวใดขัดขืนหรือไม่ยอมทำงาน จะถูกทำร้ายร่างกาย บางรายโดยซ้อม จนถึงขั้นเสียชีวิตบ้าง ติดโรคร้ายบ้าง ส่วนใครท้องก็จะถูกบังคับ ให้รีดเด็กออกมาทันที

และเมื่อเวลาผ่านไป สถานที่แห่งนี้ก็ได้ปิดตัวลง และกลายเป็นซ่องร้าง ซึ่งไม่ทราบจำนวน ของหญิงสาวผู้โชคร้าย และ เด็กทารกที่ต้องเสียชีวิต ตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลก ชาวบ้านจึงได้เรียกสถานที่แห่งนี้ ว่า “สุสานโสเภณี”

โดยสุสานโสเภณีแห่งนี้นั้น ทางเข้าจะมีรั้วโบกปูน ขนาดใหญ่ ประมาณ 150 x 200 ม. และมีประตูเหล็ก ทั้ขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ที่สามารถเดินลอดเข้าไปได้

หลังจากเดินเข้าไปจะพบป่ารก ต้นไม้ใหญ่ และกลิ่นสาปแรงมาก

เมื่อเดินเข้าไปเรื่อย ๆ ก็จะพบกับตัวอาคาร เป็นห้องโล่งกว้าง และเมื่อเดินเข้าไปเรื่อย ๆ จะพบเสาตกน้ำมันขนาดใหญ่ ขวางทางเข้าอยู่

และในห้องนี้ ก็มีโซนที่นั้งเป็นชั้น ๆ คาดกันว่า เป็นโซนนั่งตู้ของหญิงสาวที่่ขาายบบริการ ซึ่งกระจกแตกหมดแล้ว

เมื่อเดินเข้าไปเรื่อย ๆ จนถึงโซนตู้นั่งหลังตู้นั่ง จะพบกับรูเล็กๆ ที่ต้องคลานเข่าเข้าไป มีห้องกว้างประมาณ 2×2 ม. สูง 2 เมตร

เชื่อกันว่า น่าจะเป็นห้องขังเด็ก หรือห้องทำโทษเด็ก ที่มีปัญหา หรือห้องมืด

เดินไปตามทางต่าง ๆ จนเจอทางเดิน เป็นที่ห้องบริการ เป็นห้อง ๆ ซ้าย-ขวา กว่า 20 ห้อง

ในบางห้องจะพบกับเสื้อผ้า รองเท้า หรือข้าวของเครื่องใช้ ตกอยู่ตามพื้นมากมาย

บางห้องมีสายสิญจ์พาดอยู่ บางห้องมีของเซ่นไหว้ วางบนหน้าห้อง และหลาย ๆ ห้องส่วนใหญ่มีจอมปลวกทำรังใหญ่ ปิดประตูไว้ด้วย

ความน่ากลัวนี้ เป็นที่กล่าวขาน ว่ากันว่า ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ ได้ยินเสียงเด็กสะอื้น

ซึ่งในบางครั้ง ได้มีชาวบ้านบางคนใจกล้า เมื่อได้ยินเสียงนั้น จึงวิ่งเข้าไปดู และพบว่าไม่มีใคร หรือ ไม่มีสิ่งมีชีวิตใด ๆ อยู่ในนั้นเลย พร้อมกับเสียงนั้นกลับเงียบลงไปทันที

จึงเป็นที่เชื่อกันว่า สุสานโสเภณีแห่งนี้ คงเต็มไปด้วย ความทุกข์ทรมานเป็นอย่างมาก จนทำให้ชาวบ้าน ไม่กล้าเดินเฉียดใกล้พื้นที่นี้ ในช่วงเวลาวิกาลอีกเลย…

อ่านเรื่อง คดีปริศนา Elisa Lam ได้ที่นี่

สนับสนุน โดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexy gaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot  , Slot game , Joker slot , Joker slot

Categories
Uncategorized

คดีปริศนา Elisa Lam

คดีปริศนา Elisa Lam

คดีปริศนา Elisa Lam

เทปบันทึกภาพ จากกล้องวงจรปิด ในลิฟท์ของโรงแรม Cecil ได้บันทึกภาพ ของหญิงสาวคนหนึ่งในลิฟท์

ที่พยายามจะกดลิฟท์ทุกปุ่ม แต่ปรากฏว่าลิฟท์กลับไม่ทำงาน และระหว่างนั้น เธอทำท่าทาง เหมือนกำลังหลบหนี อะไรบางอย่าง

ที่สำคัญอยู่ที่นาทีที่ 1.57 ซึ่งเธอเดินออกไปนอกลิฟท์ ทำท่าทางแปลก และเหมือนเธอกำลังพูดคุยกับอะไรบางอย่าง ที่มองไม่เห็น

จากนั้น เธอก็หายตัวไป และ ลิฟท์ก็กลับมาใช้งานได้ตามปกติ เธอหายสาบสูญไป ตั้งแต่วันนั้น

และสามอาทิตย์ถัดมา ก็มีคนพบศพเธอ ในแทงค์น้ำ บนดาดฟ้า

หลังจากมีการพยายาม ค้นหาเธอ อยู่เป็นเวลานาน ประกอบกับมีเสียงร้องเรียน จากแขกที่เข้าพักในโรงแรม ว่าน้ำไหลไม่ค่อยปกติ รวมถึงมีกลิ่น และสีที่เน่าเหม็น

ตำรวจสรุปผลการชันสูตรศพของเธอว่า เป็นการฆ่าตัวตาย และไม่พบร่องรอย ของการใช้สารเสพติด หรือแอลกอฮอร์

แต่ยังมีอีกหลายคำถามที่เป็นปริศนาว่า ว่าเธอขึ้นไปบนดาดฟ้าได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่บนดาดฟ้านั้นถูกล็อคเอาไว้และมีระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินหากมีคนขึ้นไป

รวมถึง แทงค์น้ำที่เธอเสียชีวิต ก็อยู่สูงและลำบาก เกินกว่าที่ผู้หญิงคนนึง จะปีนขึ้นไปได้ และ เธอก็ไม่น่าปิดฝาแทงค์น้ำนั้น ได้ด้วยตัวเอง

เรื่องนี้ เกิดขึ้น ต้นปี 2013 ซึ่งมีหลายประเด็นคล้ายหนังเรื่อง Dark Water

วิดีโอของเอลิซ่าแลมในลิฟ ลิฟทำงานแปลก ๆ เอลิซ่ามีท่าทางแปลก ๆ เหมือนแหวกว่ายอยู่ในอากาศ และเหมือนยืนคุยกับใครอีกคน ก่อนเธอจะเปลี่ยนไปใช้บันได….

แต่ที่น่าสนใจคคือ เอลิซ่า ไม่มีประวัติการใช้สิ่งเสพติด และการดื่มแอลกอฮอล์ และผลการชันสูตร ก็ไม่พบสารเสพติดใด ๆ

หลังจากเธอตายในแท็งค์น้ำ น้ำในแท็งค์ ก็ถูกส่งไปทุก ๆ ห้องในโรงแรม กลายเป็นสีดำ มีกลิ่นเหม็น แล้วแขกก็ดื่มกันเข้าไป

ระหว่างที่แขกอาบน้ำ น้ำก็เดี๋ยวไหลเดี๋ยวหยุด..

และโรงแรม Cecil ที่เธอเสียชีวิตนั้น ก็เต็มไปด้วยคดีฆาตกรรมของเมือง

-และก่อนเธอตาย เธอได้ไปแวะร้านหนังสือใกล้ ๆ ชื่อว่า ร้านสุดท้าย The last book store

เธอเข้าไปอยู่ในแท็งค์น้ำได้ยังไง เนื่องจากแท็งค์สูง 10 ฟุต และไม่รวมฐานแท็งค์อีก 5 ฟุต ซึ่งต้องใช้บันไดลิงสองอันในการปีนขึ้นไป

วันเกิดเหตุ เธอได้ส่งอีเมลโพสข้อความบอกเพื่อน ๆ ว่าเกิดเหตุการแปลก ๆ ที่เธอไม่เคยพบเห็นมาก่อนในชีวิตขึ้น และเธอก็รู้สึกเหมือนมีคนตามมา

คืนวันเกิดเหตุ คนที่อยู่ชั่นใกล้ดาดฟ้า ได้ยินเสียงดังโครมคราม และเสียงหวีดร้องของผู้หญิง

คดีนี้ ยังคงเป็นคดีปริศนา ที่รอการพิสูจน์ ไม่ใช่คดีฆาตกรรมและ ยังหาสาเหตุไม่ได้ แต่หลังจากมีคนไปค้นข้อมูลมา เขาบอกว่า เธอน่าจะโดนฆาตกรรม

ที่ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นคดีฆาตกรรม โดยเดาว่าฆาตกรน่าจะเป็นคนในโรงแรม ด้วยเหตุผลดังนี้

คลิปกล้องวงจรปิดถูกตัดต่อจนหายไปถึง 54 วินาที เป็นไปได้ว่ากล้องอาจจะถ่ายติดอะไรโดยบังเอิญ ถ้าเป็นพนักงานในโรงแรม ก็น่าจะสามารถเข้าถึงกล้องวงจรปิดและตัดต่อได้

เรื่องที่ Lam ขึ้นไปบนดาดฟ้า ผ่านประตูดาดฟ้าที่ต้องใช้คีย์การ์ดเปิด และมีสัญญาณเตือนไฟไหม้ติดอยู่ด้วย ถ้าฆาตกรเป็นพนักงานในโรงแรมก็จะสามารถใช้คีย์การ์ดของตัวเองเปิดได้ และปิดสัญญาณแจ้งเตือนได้

เรื่องที่ร่างของ Lam ไปอยู่ในแทงค์น้ำสูงกว่า 5 เมตร และปิดฝาแทงค์น้ำที่ถูกระบุว่า ไม่สามารถปิดจากภายในแทงค์ได้

ถ้าเป็นการฆาตกรรม ฆาตกรก็แค่เตรียมบันไดไว้ และแบกร่างของ Lam ขึ้นไปโยนลงแทงค์น้ำและปิดฝาแทงค์ จากนั้นก็เก็บบันไดกลับลงไปในโรงแรม

โรงแรมแห่งนี้มีประวัติ เพราะเคยมีฆาตกรต่อเนื่องอาศัยอยู่ถึงสองคน คือ Richard Ramirez และ Jack Unterweger. Richard Ramirez หรือที่รู้จักกันว่า the Nightstalker

แต่ประวัติโรงแรมนี้ยังไม่หมด โรงแรมนี้เป็นที่รู้จักสำหรับคนที่อยากจะ โดดหน้าต่างฆ่าตัวตาย

วันที่ 22 ตุลาคม 1954 Helen Gurnee กระโดดตึกจากชั้น 7 ลงมา 11 กุมภาพันธ์ 1962 Julia Moore กระโดดหน้าต่างจากห้องของเธอชั้นแปด

เป็นที่น่าเสียดายว่าตำรวจปิดคดีนี้ไปแล้วว่าเป็นการฆ่าตัวตายของ Lam ดังนั้น ความจริงจะเป็นยังไง ก็อยู่ที่แต่ละคนเชื่อแล้แหละค่ะ

อ่านเรื่อง นักโทษประหารหญิง กิ่งแก้ว ลอสูงเนิน ได้ที่นี่

สนับสนุน โดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexy gaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot  , Slot game , Joker slot , Joker slot

Categories
Uncategorized

นักโทษประหารหญิง กิ่งแก้ว ลอสูงเนิน

นักโทษประหารหญิง กิ่งแก้ว ลอสูงเนิน

นักโทษประหารหญิง กิ่งแก้ว ลอสูงเนิน

“กิ่งแก้ว ลอสูงเนิน” ประหารยิงเป้าแต่ไม่ตาย

เธอมีชื่อเต็มว่า นางกิ่งแก้ว ลอสูงเนิน เป็นคนจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเธอได้เข้ามาทำงานในกรุงเทพ เป็นพี่เลี้ยงเด็ก ในบ้านหลังหนึ่ง

เธอได้รับ ความไว้วางใจ จากครอบครัวหนึ่ง จึงได้จ้างเธอ มาเป็นพี่เลี้ยงลูก ซึ่งเป็นเด็กชายวัย 6 ขวบ จนกระทั่งวันนึง นางกิ่งแก้ว ได้ร่วมมือกับโจรผู้ชาย 2 คน จับเด็กชายที่เลี้ยงอยู่ ไปเรียกเงินค่าไถ่จากพ่อแม่เด็ก

โดยตามแผนการนั้น พ่อแม่เด็ก จะต้องโยนเงินลงจากรถไฟ ตามจุดที่กำหนด

แต่เมื่อถึงเวลาส่งมอบเงิน กลับเกิดปัญหาขึ้น เพราะเวลาสส่งมอบเป็นเวลากลางคืน ทำให้คนส่งมอบเงินนั้นมองไม่เห็น

จังหวะที่โยนเงินเรียกค่าไถ่ไปให้คนร้ายตามจุดที่นัดไว้ จึงเกิดความผิดพลาด ส่งผลพวกโจรโกรธแค้น และแทงเด็กตายในที่สุด เพื่อเป็นการปิดปาก

แม้ว่าขณะนั้น นางกิ่งแก้ว จะพยายามห้ามพวกโจร ไม่ให้ทำร้ายเด็ก แต่สุดท้ายเด็กก็ตาย และได้นำศพไปฝัง ก่อนที่จะแยกย้ายกันหลบหนี

ซึ่งจากการชันสูตรศพ พบว่า มีเศษดินในปอด แสดงให้เห็นว่า เด็กยังมีชีวิตอยู่ หลังฝังศพ

ด้วยการกระทำของเธอ นางกิ่งแก้ว จึงถูกจับ และถูกตัดสินประหารชีวิต ในเวลานั้น สภาพจิตใจนางกิ่งแก้วย่ำแย่มาก เธอเคยพยายามฆ่าตัวตาย เพื่อหนีโทษประหาร

เธอได้ยืนยันความบริสุทธิ์ของเธอในคดีว่า “ฉันไม่ได้ทำ ฉันไม่ได้เป็นคนฆ่าเด็ก” เธอขอร้อง “ได้โปรดอย่าฆ่าฉัน ฉันไม่ได้ฆ่าเขา” เธอพูดซ้ำซากแบบนี้ตลอดเวลา แต่หมดสิ้นความหวัง

เมื่อถึงวันประหาร เธอก็ถูกส่งไปยังเวทีประหาร เธอถูกประหาร ด้วยการยิงเป้า กระสุนนัดแรก ที่พุ่งออกไปถึงตัวเธอ สร้างความประหลาดใจใจ ให้กับเพชรฆาตอย่างมาก

ภาที่พวกเขาเห็นคือ นางกิ่งแก้วกำลังอ้าปากหายใจ ไม่เสียชีวิตในทันที ไม่ว่าจะยิงไปกี่นัด เธอก็ยังคงหายใจ และมีชิวิตอยู่ ถึงแม้เลือดของเธอ จะไหลออกมาเยอะแค่ไหนก็ตาม

เธอถูกยิงกระสุนอีก 15 นัด จึงเสียชีวิตในที่สุด…

มีงานเขียน ของพัสดีท่านหนึ่ง ที่อยู่ในเหตุการณ์ ได้เขียนว่า “จนเมื่อถึงวันประหาร ขณะที่นางกิ่งแก้ว โดนคุมตัวไปยังแดนประหาร นางพร่ำเพ้ออยู่ตลอดว่า ฉันไม่ผิด ฉันไม่ผิด ฉันไม่ผิด

เมื่อเข้าสู่หลักประหาร เพชรฆาตก็เตรียมตัวลั่นไก ไปที่หัวใจ ของนางกิ่งแก้ว

เสียงปืนชุดแรกดังขึ้น กระสุนพุ่งสู่ร่างนางกิ่งแก้ว จากนั้น เลือดก็สาด พร้อมกับเสียงโหยหวนของนางกิ่งแก้วว่า ฉันไม่ผิด ฉันไม่ผิด ฉันไม่ผิด

เพชรฆาตตกใจมาก ที่นางกิ่งแก้วยังไม่ตาย จึงยิงใส่อีกชุดนึง เพื่อที่จะให้นางกิ่งแก้วพ้นทุกข์โดยเร็ว

แต่ผลปรากฎว่า….

นางกิ่งแก้วก็ยังไม่หมดลมหายใจ และยังตะโกนโหยหวน ด้วยความทรมานว่า ฉันไม่ผิด ฉันไม่ผิด ฉันไม่ผิด

ทางพัสดีและหมอประจำเรือนจำ จึงรีบเข้าไปตรวจสอบ ที่ร่างนางกิ่งแก้วอีกครั้ง และผลปรากฏว่า นางมีหัวใจอยู่ด้านขวา ทางพัสดีจึงต้องวัดเป้าอีกครั้งและทำการประหารใหม่

และคราวนี้ นางกิ่งแก้วได้พ้นทุกข์เแล้วเสียที พร้อมกับพูดสุดท้ายว่า “ฉันไม่ผิด”

มีเรื่องเล่าว่า หลังจากที่นำศพของเธอมาไว้ห้องเก็บศพ ยังคงมีคนได้ยินเสียง “ฉัน ไม่ ผิด” ดังจากในห้องซ้ำแบบนี้ตลอดเวลา

และทุกวันนี้ ยังมีผู้พบเห็นเธอ เป็นผีวนเวียน ปรากฏให้เห็นที่เรือนจำบางขวาง

เรื่องราวของเธอ เป็นที่พูดถึงเป็นอย่างมาก บางคนถึงกับมองว่า หรือจริง ๆ แล้วเธออาจเป็นแพะ ไม่ได้ทำความผิดจริง จึงวนเวียนเพื่อรอเปิดเผยบางอย่าง…

อ่านเรื่อง ฆาตกรต่อเนื่อง บุญเพ็ง หีบเหล็ก ได้ที่นี่

สนับสนุน โดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexy gaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot  , Slot game , Joker slot , Joker slot

Categories
Uncategorized

ฆาตกรต่อเนื่อง บุญเพ็ง หีบเหล็ก

ฆาตกรต่อเนื่อง บุญเพ็ง หีบเหล็ก นักโทษประหารด้วยการตัดคอคนสุดท้าย

ฆาตกรต่อเนื่อง บุญเพ็ง หีบเหล็ก นักโทษประหารด้วยการตัดคอคนสุดท้าย

บุญเพ็ง หีบเหล็ก เป็นฉายาของนายบุญเพ็ง ซึ่งเป็นฆาตกรที่เหี้ยมโหดในสมัยรัชกาลที่ 6

บุญเพ็งเกิดในปีขาล ที่เมืองท่าอุเทน มณฑลอุดร บิดาเป็นชาวจีน ส่วนมารดาเป็นลาว

บุญเพ็งได้เข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ โดยอาศัยอยู่กับตาชื่อสุก และยายชื่อเพียร นายบุญเพ็งได้อุปสมบทเป็นภิกษุจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในเมืองนนทบุรี

เนื่องจากพระบุญเพ็งเป็นพระที่มีลูกศิษย์ส่วนมากเป็นผู้หญิงและร่ำรวย จึงทำให้บุญเพ็งมีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้หญิงเหล่านี้

ต่อมาเกิดโลภมากในทรัพย์จึงได้ฆ่าสีกาที่เป็นเศรษฐินีเจ็ดคน แล้วนำศพยัดใส่หีบเหล็กแล้วถ่วงน้ำทุกครั้ง ผู้คนจึงเรียกเขาว่า บุญเพ็ง หีบเหล็ก

ต่อมาถูกจับได้และประหารชีวิตในที่สุด

โดยบุญเพ็งเป็นนักโทษประหารชีวิตคนสุดท้าย ที่ถูกสังหารโดยการตัดคอ

โดยเล่าลือว่าในตอนแรกขณะที่ประหารเพชฌฆาตไม่สามารถตัดคอบุญเพ็งได้เนื่องจากความแก่กล้าในคาถาอาคม เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2462

ศพฝังอยู่ที่ป่าช้าวัดภาษี เขตวัฒนา ริมคลองแสนแสบ ปัจจุบันมีศาลบูชาบุญเพ็ง

ซึ่งบุคคลในวัดจะเรียกบุญเพ็งว่า “ลุงบุญเพ็ง” และยังเชื่อว่าหีบเหล็กทั้ง 7 ใบนั้นถูกฝังอยู่ใต้ศาลของบุญเพ็งอีกด้วย

“บุญเพ็ง หีบเหล็ก” ฆาตกร ฆ่าหั่นศพหญิงสาวในย่านบางลำภู ช่วงปี พุทธศักราช 2461 จากพระนอกรีตที่ถูกจับสึกเพราะทำผิดวินัยสงฆ์

ต่อมาตั้งตนเป็นอาจารย์ มีคาถาอาคมทำเสน่ห์เมตตามหานิยมให้ผู้ที่เชื่อในเรื่องของคุณไสย และลงมือสังหารเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายคนแล้วคนเล่าเพียงเพื่อต้องการทรัพย์สมบัติมาเป็นของตน

โดยอำพรางคดีด้วยการหั่นศพใส่หีบเหล็ก

และในที่สุดวิญญาณอาฆาตเหล่านั้นก็แสดงอาถรรพ์ให้ทกคนได้เห็น จนในที่สุด “บุญเพ็ง” ก็ถูกจับและศาลตัดสินประหารชีวิตด้วยการกุดหัวเป็นคนสุดท้าย

ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นระบอบประชาธิปไตย

ในขณะที่ต่างประเทศได้ให้ความสนใจถึงขนาดตั้งฉายาของ บุญเพ็ง หีบเหล็กว่า “THE MURDERESS IRON BOX”หรือฆาตกร ผู้อำพรางด้วยหีบเหล็ก

บุญเพ็งเดิมเป็นชายหนุ่มรูปงามนักเป็นที่เลื่องลือ และกล่าวขาน เขากำพร้าพ่อแม่แต่เล็ก อยู่กับตายาย ชื่อตาสุก และยายเพียร ซึ่งเฝ้าเลี้ยงดูอย่างทนุถนอมมาก

แต่หนุ่มบุญเพ็ง ไม่เอาไหน งานการไม่อยากทำ โดยปล่อยให้ตายาย ไปทำนาตามประสา

บุญเพ็งเรียนจบครบหลักสูตรวิชาไสยศาตร์ประเภทมนต์ดำฝังรูปฝังรอย พร้อมวิชาหมอดู

นอกจากเขาจะมีรูปร่างอ้อนแอ้น เขายังมีกิริยานอบน้อม เจรจาพาทีไพเราะ จนสาวๆ ทั้งหลายทอดสายตาให้

ต่อมาเขาได้เติบโตเป็นหนุ่ม ถูกตายายดุด่า ห้ามปรามไม่ให้เล่นวิชาไสยศาสตร์ เขาจึงทนไม่ไหว และมุ่งหน้าเข้าสู่บางลำภู ที่บางกอก

มาตั้งสำนักหมอผี อยู่ในสวน ใกล้คลองบางลำภู เปิดสำนักดูหมอสะเดาะเคราะห์ต่อชะตาชีวิต รับทำเมตตามหานิยม เสน่ห์ยาแฝด และไสยศาสตร์

ซึ่งขณะนั้นมีคนแวะเวียนมาให้บุญเพ็งทำพิธีทางไสยศาสตร์มากมาย

ช่วงนั้นผู้หญิงได้ไปติดพัน ไปหาตอนกลางคืน และนั่งคุยจนดึกดื่น ก็ต่างตกเป็นทาสสวาทของเขาทั้งสิ้น

นานวันเข้าผู้หญิงคนนั้นก็หายไปอย่างลึกลับ ไร้ร่องรอย พร้อมกับหีบเหล็กที่หายไปทีละ ๑ ใบ

ศพแรกที่บุญเพ็งฆ่า เป็นพ่อค้าเพชรพลอยชื่อ “นายล้อม” โดยบุญเพ็งกับลูกน้อง ได้ทำการหั่นศพนายล้อมที่วัดสุทัศน์ เพื่อยัดลงหีบและนำใส่รถเจ๊กมาทิ้งไว้ที่คลองบางลำพู ทั้งนี้ที่ฆ่าก็เพื่อหวังชิงทรัพย์เท่านั้น

ศพที่สอง บุญเพ็งได้ร่วมมือกับ พระเจริญและนายจรัญ ลงมือฆ่านางปริก ภรรยาขุนสิทธิคดี ซึ่งเป็นคนรวย

ส่วนสาเหตุที่ลงมือฆ่านั้น เนื่องมาจาก นางปริกเป็นคู่ขากับบุญเพ็งสมสู่กันเป็นประจำ

จนกระทั่งนางปริกตั้งท้อง จึงเรียกร้องให้บุญเพ็งรับผิดชอบ ด้านบุญเพ็งจึงคิดแผนการลงมือฆ่านางปริกในที่สุด

ต่อมาชาวบ้านย่านวัดไทรม้า จังหวัดนนทบุรี คนหนึ่งได้พบหีบเหล็กใบหนึ่งลอยอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าวัด จึงช่วยกับชาวบ้านอีกคนเพื่อลากหีบขึ้นมาเปิด

และเมื่อเปิดหีบเป็นต้องผงะ เนื่องจากในหีบนั้นมีศพหญิงสาวถูกมัดมือมัดเท้าในท่านั่งยอง ๆ ยัดใส่อยู่ในหีบพร้อมมุ้งคลุมศพและก้อนอิฐถ่วงหีบอีก 8 ก้อน

ก่อนหน้านี้ แม่ของนางปริกได้เข้าแจ้งความกับตำรวจว่า นางปริกลูกสาว แต่งตัวสวยไปงานจิตรลดา ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม

ซึ่งก่อนออกจากบ้าน นางปริกได้รับจดหมายจากบุญเพ็งว่าให้ไปรับสร้อยที่บุญเพ็งยืมไป

หลังจากนั้นก็นางปริกก็หายตัวไป จนมาพบศพถูกห่วงในหีบดังกล่าว และหลังจากนั้น บุญเพ็งก็ถูกตำรวจจับได้เพียงแค่ชั่วข้ามคืนเท่านั้น

ผู้หญิงคนแล้วคนเล่าที่ต้องมาสังเวยชีวิตให้กับบุญเพ็ง

คนสุดท้ายเป็นคุณนายที่สามีทอดทิ้ง รูปร่างดี แต่งกายดี ทองเต็มตัว บุญเพ็งเสพสมแล้ว ก็กลายเป็นขาประจำ

จนกระทั่งวันหนึ่ง หญิงคนนั้นก็เกิดตั้งท้อง ยื่นคำขาดให้บุญเพ็งรับผิดชอบเป็นเมียอย่างออกหน้าออกตา

ซึ่งบุญเพ็งจะบ่ายเบี่ยงตลอดเวลา ดังนั้นเขาจึงต้อง ฆ่าหญิงคนนั้นเสีย แล้วนำศพหั่นเป็นท่อน ๆ ยัดลงหีบนำไปทิ้งลงคลองอีกเช่นเคย และเป็นหีบใบสุดท้ายที่มี

หลังจากนั้น บุญเพ็งจึงลี้ภัยที่รู้ว่าจะมาถึงตัว หนีไปบวชเป็นพระที่วัดแถวอยุธยา ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกรรมเวรอะไร ทำให้บุญเพ็งต้องสึกออกมาอีก เพื่อแต่งงานกับผู้หญิงที่หมายปอง

และคืนนั้นเองที่ ยังไม่ทันจะได้ถึงสวรรค์ ก็มีเจ้าหน้าที่บ้านเมืองมาล้อมจับไว้ในข้อหา ฆ่าคนตายอย่างเหี้ยมโหด

เรื่องราวทั้งหมดสืบเนื่องมาจากได้มีชาวบ้านไปทอดแห แล้วเจอหีบทั้ง 7 ใบ

ในนั้นมีซากศพเป็นท่อน ๆ อยู่ในหีบทุกใบ จึงต้องโทษ และถูกตัดสิน โดยการประหารชีวิตในที่สุด

ในช่วงประหารชีวิตนั้นเอง เพชฌฆาตได้ลงดาบอันคบกริบลงบนคอ แต่แทนที่คอจะขาด กลับกลายเป็นว่า คมดาบนั้นไม่ได้ระคายเคืองผิวเลย

จนเพชฌฆาตพูดว่า “มึงมีอะไรดี ให้เอาออกเสียเถอะ” บุญเพ็งจึงได้คายพระที่อมไว้ในปากออกมา เพชฌฆาตก็เอาพระเขวี้ยงทิ้งไปในกอไผ่

gเมื่อรำดาบใหม่ คราวนี้คอขาดหัวกระเด็นจนเลือดพุ่งกระฉูด ผู้คนที่มาดูต่างร้องวีดว้ายระงม

ว่ากันว่า ขณะที่ศีรษะถูกคมดาบของเพชรฆาตฟันนั้น ในช่วงวินาทีสั้นๆ ชาวบ้านหลายคนได้เห็นมุมปากของบุญเพ็ง ขมุบขมิบเหมือนท่องคาถาอะไรสักอย่าง

ศพของบุญเพ็ง หีบเหล็ก ถูกนำไปฝังไว้ในป่าช้า จนภายหลังญาติมาจัดการเผาศพตามพิธี และกล่าวกันว่า รอยสักช่วงแผ่นหลัง ของเขาเผาไฟไม่ไหม้

ญาติเก็บกระดูกใส่เจดีย์ไว้ข้างอุโบสถวัดจนช่วงหลังเจดีย์ถูกรื้อออก

ทางวัดภาษี จึงได้ให้ช่างปั้นรูปปั้นจำลอง ไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์ว่าเขาเป็นนักโทษประหารคนสุดท้ายของสยาม…

อ่านเรื่อง คดีฆาตกรรมนวลฉวี ได้ที่นี่

สนับสนุน โดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexy gaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot  , Slot game , Joker slot , Joker slot

Categories
Uncategorized

คดีฆาตกรรมนวลฉวี

คดีฆาตกรรมนวลฉวี

คดีฆาตกรรมนวลฉวี

คดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ อันโด่งดังกว่าครึ่งศตวรรษ วันนี้ เราจะพาทุกท่าน มาย้อนรอยกับ คดีนวลฉวี หญิงสาวที่ถูกสามีฆ่า ปิดตำนานรักหึงหวง

และเมื่อพูดถึงชื่อ “นวลฉวี” แล้ว หลาย ๆ คน อาจจะเคยได้ยิน ข่าวดังของคดีนี้ ที่เกิดขึ้นเมื่อกว่า 50 ปีมาแล้ว และอาจจำได้เพียงเลือนราง

วันนี้เราจึงขอย้อนรอยคดีดัง “นวลฉวี” ให้ได้ทราบกันอีกครั้ง

สำหรับ คดีนวลฉวี เป็นที่กล่าวขานอย่างมาก เนื่องจากเป็นคดีแรก ที่หมอกลายเป็นฆาตกร อีกทั้ง ยังเป็นฆาตกรฆ่าภรรยาของตัวเอง..

แถมยังให้การและวางแผนได้อย่างแยบยลเลยทีเดียว..

นวลฉวี เพชรรุ่ง เกิดเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2475 เกิดที่ลพบุรี ในครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างร่ำรวย ลูกทุกคนได้รับการศึกษา และมีการงานดีกันหมด

ส่วนนวลฉวี ก็เป็นสาวรูปร่างผอมบาง ตัวเล็ก หน้าตาพอใช้ สอบติดพยาบาล ที่ศิริราชพยาบาล และจบการศึกษาในปี 2497 จากนั้น เธอก็ประกอบอาชีพพยาบาล ที่สถานพยาบาลยาสูบ

จนกระทั่งไปเที่ยวทางเหนือ และได้พบรักกับหมออธิป สุญาณเศรษฐกร ซึ่งขณะนั้น เป็นแพทย์อยู่โรงพยาบาลรถไฟ ซึ่งก็ได้ส่งจดหมายติดต่อกันเป็นระยะ ๆ จนทั้งคู่ กลายเป็นสามีภรรยากันทางพฤตินัย 

 เรื่องราวความรักของทั้งคู่ ได้ดำเนินไปอย่างหวานชื่น แต่ก็ต้องมีจุดที่ทำให้แตกร้าว เนื่องจาก หมออธิป มีผู้หญิงเข้ามาพัวพันมากมาย ทำให้นวลฉวีเอง เกิดความรู้สึกหึงหวงหมออธิป 

จึงแสดงความเป็นเจ้าของ ด้วยการไปนั่งเฝ้าหมออธิป ในที่ทำงาน และตามไปทุกหนทุกแห่ง เหมือนเงาตามตัว ทำให้หมอ อธิป เริ่มรู้สึกรำคาญ

แต่ในที่สุด หมออธิปก็ตัดปัญหา การถูกตามตัว ด้วยการจดทะเบียนสมรส กับนวลฉวี เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2502

ดูเหมือนว่า ทุกอย่างจะไปได้ด้วยดี แต่หมออธิป กลับจดทะเบียนซ้อนกับ นางสาวสมบูรณ์ สืบสมาน นักศึกษาสาว ที่เข้ามาพัวพัน ในวันที่ 17 มีนาคม 2502

ซึ่งการจดทะเบียนสมรสกับนวลฉวีนั้น ฝ่ายนางสาวสมบูรณ์ก็รู้ แต่ด้วยความอยากตัดปัญหา ก็เลยจดทะเบียนซ้อนไป..

และแล้ว ก็เป็นจุดเริ่มต้นของความหึงหวง นวลฉวีกับสมบูรณ์มีปากเสียงกันหลายครั้ง จนโรงพยาบาลที่หมออธิป ทำงานอยู่ ต้องออกกฎไม่ให้ผู้หญิงทั้ง 2 คน เข้าไปข้างใน

 ขณะที่ นวลฉวีถึงแม้จะได้ทะเบียนสมรส แต่ก็ไม่ได้แต่งงานกับหมออธิป  อีกทั้งหมออธิป ยังไม่สนใจเธอเหมือนแต่ก่อน

เธอหวังที่จะมัดใจหมออธิป  ด้วยการบอกที่บ้านว่า เธอกับหมออธิป จะแต่งงานกัน พร้อมเชิญครอบครัวหมอธิปมาทานข้าวที่บ้าน แต่กลับถูกหมออธิป ตอกกลับว่า ยังไม่มีการแต่งงานใด ๆ เกิดขึ้น และเรื่องนี้นวลฉวีก็คิดไปเอง 

ซึ่งเรื่องนี้เอง ทำให้นวลฉวี คิดที่จะหอบเสื้อผ้าไปอยู่บ้านของหมออธิป  แต่เธอกลับไม่ได้บอกล่วงหน้าไว้ก่อน ทำให้หมออธิปไล่เธอกลับบ้าน และเรื่องราวเจ็บช้ำทุกอย่างของเธอนั้น

นวลฉวีได้เขียนลงไปในสมุดบันทึก ซึ่งต่อมากลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการจับฆาตกร

นวลฉวีและหมออธิป ได้มีปากเสียงทะเลาะเบาะแว้งกันเรื่อยมา จนกระทั่งวันที่ 9 กันยายน 2502 นวลฉวีได้โทรศัพท์ไปคุยกับ ธวัช เพื่อนชาย บอกว่าเธอกับหมออธิปนั้นทะเลาะกันอีกแล้ว แต่จะคุยรายละเอียดให้ฟังอีกครั้งหลังเลิกงาน 

โดยนวลฉวี ได้นัดนายธวัช มาคุยกันที่โรงพยาบาลยาสูบ แต่เมื่อนายธวัชไปตามที่นัดหมาย กลับไม่เจอนวลฉวี

จนเวลา 1 ทุ่ม นวลฉวีก็ยังไม่มา ซึ่งยามระบุว่า เห็นนวลฉวีแต่งตัวออกไปข้างนอกนานแล้ว และยังไม่เห็นกลับมาอีกเลย โดยที่ไม่มีใครรู้ว่า วันนั้นจะเป็นวันสุดท้ายที่จะได้เห็นนวลฉวี…

ต่อมา ช่วงเช้าวันที่ 12 กันยายน 2502 เวลา 08.45 น. ก็มีคนพบศพนวลฉวีที่สะพานนนทบุรี ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมพื้นที่ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

โดยหลังจากนั้น ศพก็ถูกส่งไปชันสูตรโดยด่วน ซึ่งผลการชันสูตร ระบุว่า สาเหตุการตาย เนื่องมาจาก ถูกแทงที่สีข้างข้างขวา และด้านหลังซ้าย รวม 3 แผล ก่อนที่จะสิ้นใจ และถูกจับโยนทิ้งลงสะพานนนทบุรี

ที่น่าสงสัยก็คือ แม้นวลฉวีจะถูกแทง 3 แผล แต่เสื้อผ้า กลับไม่มีร่องรอยฉีกขาด

และแน่นอนเมื่อนวลฉวีเสียชีวิต ตำรวจก็มุ่งประเด็นไปที่หมออธิปทันที เนื่องจากก่อนหน้านี้ มีปากเสียงกันบ่อย แต่หมออธิปตอบคำถามแบบสั้น ๆ ว่า เป็นนวลฉวีเป็นภรรยาของเขาจริง แต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน 

หลังจากนั้น ตำรวจก็สอบสวนหมออธิปอย่างละเอียด นอกจากนี้ ยังพบรอยข่วนที่ข้อมือหมอ ซึ่งตำรวจก็ได้แจ้งข้อหาหมออธิปเอาไว้ก่อน แต่หมออธิปก็ยังปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้ทำ

แต่ในที่สุดแล้ว ก็จำนนต่อพยานหลักฐาน หมออธิป จึงถูกจับในข้อหาฆาตกรรม

อย่างไรก็ตาม หมออธิป ได้เปิดเผยภายหลังว่า ในวันที่ 10 กันยายน 2502 เขาได้นัดนวลฉวีไปพบที่โรงพยาบาลยาสูบ

ขณะเดียวกัน ในเวลาบ่ายโมงกว่า ๆ นายยง นายชูยศ และนายชูเกียรติ ผู้ร่วมลงมือฆ่า ได้เดินทางไปดูสถานที่ทำการฆ่า โดยเตรียมมีดปลายแหลม ผ้าพลาสติก สายไฟ และไม้ไผ่เพื่อหามศพ

จนกระทั่งเมื่อเวลา 5 โมงเย็น นายยง นายชูยศ และนายชูเกียรติ ได้พากันมาซุ่มที่ห้องน้ำ เพื่อรอดูหมออธิปฆ่านวลฉวี

โดยหมออธิป ได้พานวลฉวี มาทางหน้าบ้านของนายชูยศ ก่อนที่จะพาเข้าห้องครัว และปิดประตูลงกลอน ซึ่งหมออธิปรอจังหวะที่นวลฉวีเผลอ จึงโปะยาสลบและลงมือฆ่า

หลังจากที่นวลฉวีสิ้นใจ สามคนที่เหลือก็ได้เข้ามาหามศพออกไปหลังบันไดบ้าน ส่วนนายมงคลได้ทำความสะอาดจุดสังหาร ก่อนที่จะขนย้ายศพและโยนทิ้งลงสะพานนนทบุรี 

และนับตั้งแต่เจอศพนวลฉวี สะพานดังกล่าวก็ถูกเรียกขานว่า “สะพานนวลฉวี”  เป็นต้นมา

ทั้งนี้ เมื่อคดีเข้าสู่การกระบวนการพิจารณา หมออธิปถูกแจ้งข้อหาฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และฐานก่อให้คนอื่นกระทำความผิดให้ต้องโทษประหารชีวิต

ขณะที่ นายยง นายชูยศ และนายชูเกียรติ รอดคุกเพราะไม่มีหลักฐาน

ส่วนนายมงคล ถูกแจ้งข้อหาระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต และริบมีดสั้นปลายแหลมที่ใช้กระทำผิดเสีย

อย่างไรก็ตาม หมออธิปก็ถูกจำคุกเพียง 1 ปีเศษเท่านั้น เนื่องจากได้อานิสงส์จากการอภัยโทษ ประกอบกับพ่อแม่วิ่งเต้นให้

และหลังหมออธิปพ้นโทษ ชีวิตที่เหลือก็เข้า ๆ ออกโรงพยาบาลบ่อยครั้ง เนื่องจากมีโรคติดตัวตอนอยู่ในคุก

ทั้งนี้ ในหนังสือ “หมอฆ่าเมีย เบื้องหลังคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ” ได้ระบุไว้ว่า….จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต หมออธิปนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล และได้เอ่ยปากก่อนตายเรื่องนวลฉวีว่า.. 

“นวลฉวี พี่ขอโทษ พี่เป็นคนฆ่าเธอเองแหละ..” พูดจบหมออธิปก็สิ้นลมไปอย่างสงบ

แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนาน 50 กว่าปีแล้ว แต่คดีฆาตกรรมอันลือลั่นนี้ ยังคงถูกพูดถึงต่อกันเรื่อยมา ทุกครั้งที่เกิดคดีอาชญากรรมที่แพทย์ลงมือฆ่าภรรยาของตัวเอง 

ขณะเดียวกัน คดีนวลฉวี ก็ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ออกฉายเมื่อปี 2528 และยังมีการนำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ในปี 2546

อ่านเรื่อง ฮาชิมะ เกาะร้างสุดหลอน ได้ที่นี่

สนับสนุน โดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexy gaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot  , Slot game , Joker slot , Joker slot

Categories
Uncategorized

ฮาชิมะ เกาะร้างสุดหลอน

ฮาชิมะ เกาะร้างสุดหลอน

ฮาชิมะ เกาะร้างสุดหลอน อดีตเหมืองถ่านหินขนาดใหญ่ ก่อนจะถูกทิ้งร้างกลายเป็นเกาะสุดเฮี้ยนติดอันดับโลกของญี่ปุ่น

เกาะฮาชิมะ อยู่ห่างจาก เมืองนางาซากิ ประมาณ 15 กิโลเมตร

สมัยที่เกาะฮาชิมะรุ่งเรือง มันถูกตั้งชื่อว่า Battleship Island หรือ เกาะเรือรบ 

ในอดีต เกาะแห่งนี้ เต็มไปด้วยถ่านหิน จนเมื่อมีการค้นพบ จึงได้เริ่มต้นทำเหมืองถ่านหินกันอย่างจริงจัง ในปี 2430

ก่อนที่บริษัทยักษ์ใหญ่ ของญี่ปุ่นอย่างมิตซูบิชิ จะซื้อเกาะดังกล่าว เพื่อพัฒนา เป็นเหมืองถ่านหินขนาดใหญ่ รองรับกับความต้องการถ่านหิน ในการพัฒนาอุตสาหกรรม ในญี่ปุ่นยุคนั้น

จนทำให้มีการอพยพแรงงาน และครอบครัว มาตั้งถิ่นฐาน อยู่บนเกาะแห่งนี้ จนเต็มพื้นที่

อย่างไรก็ตาม เกาะแห่งนี้ เป็นเหมือนกับสถานที่คุมขังนักโทษด้วยเช่นกัน

เนื่องจาก ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่น ได้เกณฑ์แรงงานชาวจีนและเกาหลีใต้ ที่เป็นจำเลยช่วงสงคราม มาทำงานในเหมืองถ่านหิน

ทำให้ในสายตาของชาวจีน และเกาหลีใต้ มองเกาะฮาชิมะ เป็นเหมือนกับสถานที่ ที่ทำให้พวกเขาฝันร้าย มาจนถึงปัจจุบัน

จนกระทั่งปี 2517 มิตซูบิชิ ได้ประกาศปิดเหมือง บนเกาะฮาชิมะ เนื่องจากพลังงานจากถ่านหิน ไม่ได้เป็นที่ต้องการของญี่ปุ่นอีกต่อไป

โดยทุกคน หันไปให้ความสำคัญ กับพลังงานจากน้ำมันแทน

ซึ่งหลังจากการปิดตัวลง แรงงานทั้งหมด จึงอพยพออกจากพื้นที่ และปล่อยให้เกาะแห่งนี้ กลายเป็นเกาะร้าง

ที่ไม่มีแม้กระทั่งต้นไม้ หรือดอกไม้ขึ้นอยู่ มีก็แต่เพียงไม้ล้มลุก ขนาดเล็กเท่านั้น

ปัจจุบัน ทางการญี่ปุ่น พยายามที่จะผลักดัน ให้เกาะฮาชิมะ เป็นมรดกโลก โดยยื่นเรื่องไปยังองค์การยูเนสโก

แต่กลับถูกทางการเกาหลีใต้คัดค้าน เพราะมองว่า เกาะฮาชิมะ คือบาดแผลสงครามที่ยังหลงเหลืออยู่

ซึ่งทำให้ชาวเกาหลีใต้ และชาวจีน รู้สึกเจ็บปวดทุกครั้ง ที่มีการกล่าวถึงเกาะนี้

อย่างไรก็ตาม แม้จะยังเป็นที่ถกเถียงกันว่า เกาะฮาชิมะ สมควรจะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกหรือไม่ 

แต่ปัจจุบัน เกาะแห่งนี้ ก็มีชื่อเสียงอย่างมาก จากการถูกนำไปใช้เป็นฉากจำลองในภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ Skyfall จนทำให้เกาะแห่งนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น

นอกจากนี้ เกาะฮาชิมะเริ่มเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมเมื่อ 4 ปีก่อน

แต่จนถึงตอนนี้ มีนักท่องเที่ยวเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้มีโอกาสสัมผัสกับแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้

เพราะทางการญี่ปุ่น จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว ทำให้แต่ละปีมีผู้ที่ได้รับอนุญาตให้มาเที่ยวที่นี่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น

อาถรรพ์ระหว่างถ่ายทำ Battle Royale

ก่อนหน้าที่เกาะฮาชิมะจะถูกใช้เป็นสถานที่จำลองในการถ่ายทำภาพยนตร์ Skyfall นั้น

สถานที่นี้ยังเคยถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “Battle Royale” 

โดยผู้กำกับคินจิ ฟูกาซากุ ได้ยืนยันว่า เกาะนี้มีอาถรรพ์จริง ๆ นั่นยิ่งทำให้ชื่อเสียงของเกาะนี้โด่งดังขึ้น และได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

โดย ผู้กำกับคินจิ ฟูกาซากุ เปิดเผยว่า ในระหว่างการถ่ายทำได้พบสิ่งผิดปกติอยู่ตลอดเวลา

ไม่ว่าจะเป็น พบคนอื่นที่ไม่ใช่ทีมงานถูกถ่ายติดเข้ามาในฉาก หรือ ฟิล์มเสียทั้ง ๆ ที่เพิ่งใช้งาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น กองถ่ายยังคงต้องดำเนินต่อไป เพื่ออรรถรสของภาพยนตร์อย่างมากที่สุด

และเหตุการณ์ที่ผวาที่สุดในกองถ่าย จนทำให้กองถ่ายต้องหยุดพักอยู่เป็นอาทิตย์ ก็คือ ชิอากิ คูริยามา นักแสดงหญิงคนหนึ่ง ซึ่งรับบทเป็นนักเรียนได้เข้าฉาก และเธอได้ถูกบางสิ่งบางอย่างครอบงำตัวเธอ

 จากคำบอกเล่าของทุกคนที่เห็นเหตุการณ์บอกว่า ดวงตาของเธอกลายเป็นสีแดงก่ำ และ นัยน์ตาของเธอเบิกโพลงดูแข็งกร้าวขึ้น

หลังจากนั้น เธอได้พุ่งเข้ามาหา โคอุ ชิบาซากิ หนึ่งในนักแสดงหญิง และทำการรัดคอเธออย่างแรง

ทางทีมงานเห็นท่าไม่ดีจึงได้เชิญมิโกะหญิงที่เดินทางมาด้วย จัดการขับไล่วิญญาณร้ายจนสำเร็จ

หลังจากวิญญาณนั้นออกจากร่าง เธอบอกว่า “สถานที่นี้มีดวงวิญญาณที่มีความอาฆาตแค้นอยู่มาก และยากที่จะขจัดออกไปได้ เพราะที่ตรงนี้ คือสถานที่ของพวกเขา”

นอกจากนี้ เมื่อทีมงานได้สอบถามนักแสดงสาว ชิอากิ ว่าเธอรู้สึกยังไงตอนที่เธอถูกผีสิง เธอบอกว่า “เธอเห็นผู้หญิงผมยาว ลอยผ่านตัวเธอ และหลังจากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย” 

นับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ความน่าสะพรึงกลัวและความสยองขวัญของทุกคนที่เข้าฉาก…

อ่านเรื่อง เกาะตุ๊กตาผีสิง La Isla de la Munecas ได้ที่นี่

สนับสนุน โดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexy gaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot  , Slot game , Joker slot , Joker slot

Categories
Uncategorized

เกาะตุ๊กตาผีสิง La Isla de la Munecas

เกาะตุ๊กตาผีสิง La Isla de la Munecas

เกาะตุ๊กตาผีสิง La Isla de la Munecas

โดยเกาะแห่งนี้ มีชื่อว่า “La Isla de la Munecas” หรือถ้าแปลเป็นภาษาไทยว่า “เกาะตุ๊กตา”

แต่หารู้ไม่ว่า ชื่อที่แสนน่ารักนั้น กับสภาพของเกาะตุ๊กตานั้น ช่างกลับตาลปัตร เพราะว่าสถานที่แห่งหนึ่งขึ้นชื่อความสยองติดอันดับโลกเลยทีเดียว

เพราะไม่ว่ามองไปทางไหน ผู้มาเยือน ต้องพบกับตุ๊กตารูปร่างหน้าตาน่ากลัว ห้อยและแขวนตามต้นไม้ทุก ๆ ต้น

โดยผู้เป็นเจ้าของเกาะน่ากลัวแห่งนึ้ คือ ดอน จูเลียน ซานธานา ที่ละทิ้งทางโลก และครอบครัวของเขา แล้วเดินทางมายังเกาะแห่งนี้ เป็นเวลา 50 ปี

และยังเป็นผู้เขียนบันทึก เกี่ยวกับตำนานแห่งเกาะนี้ด้วยว่า มีเด็กหญิงคนหนึ่ง ได้จมน้ำเสียชีวิต ในคลองที่แอ่งน้ำวน ไม่สามารถหาศพพบ

แต่เมื่อเข้าฤดูร้อน น้ำในแอ่งก็หายไป เหลือเพียงแต่ตุ๊กตา ที่มีหน้าตาน่ากลัววางอยู่เสียแทน

 ภายหลังที่เจอกับตุ๊กตาตัวแรกแล้ว ในบันทึกยังเขียนไว้ว่า เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นในเกาะว่า ได้ยินเสียงร้องไห้บ้าง เสียงเด็กหญิงร้องเพลงบ้าง

ดอน จูเลียน ซานธานา ผู้เขียนบันทึกและชาวเกาะต่างเชื่อว่า เป็นเสียงของวิญญาณเด็กหญิง ที่จมน้ำเสียชีวิตในแอ่งนั้นเอง

จากนั้น ก็เริ่มมีเสียงเล่าขานถึงความน่ากลัว ของวิญญาณได้แพร่ออกไปจนคนภายนอกรับรู้ จึงได้มีการเปิดเกาะขึ้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้พิสูจน์กับเรื่องแปลกนี้ เมื่อนักท่องเที่ยวได้เข้ากันมามาก สภาพแวดล้อมของเกาะจึงเสื่อมโทรมลง

เมื่อมีคนมาเยือนมากขึ้น ชาวเกาะบางส่วน เลยมีความคิดทำการค้าขาย โดยให้นักท่องเที่ยว นำตุ๊กตาเก่าสภาพน่าเกลียด มาแลกกับผลไม้และผักพื้นเมือง หรือของที่ระลึกในหมู่บ้าน

พอชาวเกาะได้ตุ๊กตามาแล้ว จึงนำไปแขวนไว้ตามต้นไม้ต่าง ๆ รอบเกาะ แม้กระทั่งชิ้นส่วนตุ๊กตาที่ไม่สมประกอบ

แล้วนับตั้งแต่วันนั้น ก็มากขึ้นเรื่อย ๆ ตามจำนวนผู้คนที่มาเกาะแห่งนี้


เห็นดังนั้นแล้ว ดอน จูเลียน ซานธานา พยายามห้ามปรามชาวบ้าน ในการกระทำที่ไม่สมควร

เพราะชาวเม็กซิโกส่วนใหญ่ ยังมีความเชื่อเรื่องจิตวิญญาณ อยู่ในสายเลือดของชาวเกาะ

ดังนั้น ก็มีผู้ต่อต้านความคิดของ ดอน จูเลียน ซานธานา ที่พยายามหยุดความอยากรู้อยากเห็น ของคนภายนอก

แต่แล้วในปี 2001 ได้มีคนพบศพของ ดอน จูเลียน ซานธานา ซึ่งตายอย่างเป็นปริศนา ในแอ่งเดียวกับที่พบตุ๊กตาตัวแรกของเกาะ

แม้กระทั่งวันที่ ดอน จูเลียน ซานธานา เสียชีวิตเองก็คือวันเดียวกันด้วย

ต่อมา จากที่พบศพ ดอน จูเลียน ซานธานา…

ก็มีเรื่องเล่าขานกันต่อมาว่า ตุ๊กตาที่หน้าตาน่าเกลียดเหล่านั้น ทุกตัวต่างมีใบหน้าคล้ายกับ ดอน จูเลียน ซานธานา ทุกตัว

และในบางคืน ก็มีเสียงร้องดังไปทั้งเกาะ เหมือนมีวิญญาณนับหลายร้อยดวง ครวญครางโหยหวน วนเวียนให้น่ากลัว บ้างก็ว่า เป็นเสียงของเหล่าตุ๊กตาที่คืนชีพ

โดยมีวิญญาณของ ดอน จูเลียน ซานธานา เป็นผู้กระทำให้เกิดชีวิตตุ๊กตาหลังความตายขึ้นมาที่เกาะแห่งนี้

บ้างก็เล่าว่า ตุ๊กตาเหล่านี้ มีสภาพเหมือนถูกทรมาน ถูกลงโทษด้วยเหตุผล ที่ทำให้เกาะอันสวยงาม เปลี่ยนเป็นเกาะที่สกปรก เสียหายจากผู้คนที่มาเยือนจากกองขยะ

กลิ่นน้ำเสียที่ไม่มีที่ระบาย สภาพตุ๊กตาที่แขวนห้อย ที่เก่า ชาวเกาะเองก็เริ่มอพยพออกไปเข้าเมือง ทำให้ร้างผู้คนอาศัย

 ต่อมาในปี 2004 ได้เกิดภัยทางธรรมชาติทางน้ำ มีชาวเกาะล้มตาย และสูญหาย

หลังจากเหตุการณ์สงบ เกาะนี้เป็นเพียงเกาะร้างที่มีสภาพที่น่ากลัว กลิ่นน้ำเสีย และกองขยะตามต้นไม้ ทุกแห่งมีตุ๊กตาแขวนอยู่เต็มไปหมด ตุ๊กตาที่หน้าตาน่าเกลียด

แต่ทุกวันนี้ ก็ยังมีผู้คน ที่หลงใหลในภาพที่น่ากลัวแบบนี้ และยังไปเยือนเกาะตุ๊กตาอยู่เสมอ..

อ่านเรื่อง Sagawa Issei มนุษย์กินคน ได้ที่นี่

สนับสนุน โดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexy gaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot  , Slot game , Joker slot , Joker slot